| w!ul<h[' ']m!ul...'s profile[[| o q e z กับแสงจันทร์...PhotosBlogLists | Help |
|
December 31 สวัสดีปีเก่าสวัสดีปีเก่า...
เรามีเวลาเพื่ออำลาเจ้าอีกไม่นานแล้วสินะ
ตอนที่พิมอยู่นี้ จะหนึ่งทุ่มแล้ว.... อีก ห้าชั่วโมง ก็จะไม่ใช่ปีเก่า
( ตอนนี้ดูข่าว กทม มีเหตุระเบิด ..... มีคนบาดเจ็บ ไม่ดีเลย )
วันนี้เราคงพร่ำได้ในบลอคนี้อย่างเต็มที่... เพราะไม่มีใครอ่านแน่ๆ ( แอบหัวเราะแบบเสียสติ )
ว่างๆ อยู่คนเดียว ดีจริงๆ
จำได้ว่า เมื่อปีที่แล้วก็ ดหวงเหวงอยุ่อย่างงี้....
จำได้ด้วยว่า ปีที่แล้ว แม่ไม่สบาย ต้องดูแลแม่ตลอดคืนเลย
มาปีนี้ มิงค์เองเนี่ยแหละ ที่ไม่สบายเอง
ปีนี้ ไมเกรนเพิ่งมาสำแดงแสนยานุภาพอย่างยิ่งใหญ่...
หลังการสอบกลางภาคครั้งนี้ เล่นเอาเราป่วยยืดเยื้อต่อได้อีกหนึ่งวัน แต่พอได้พักอย่างจริงจริง.... มันก็ดีขึ้นแล้ว
ตอนกลางวันวันนี้มันว่างซะจนเหงา....
พรุ่งนี้มีกิจกรรมทำแน่นเอี๊ยด... พูดง่ายๆก็ได้ว่า ปีหน้านี้ เรามีกิจกรรมทำไม่เว้นวัน
ตารางเวลาตอนนี้... มีการระบุภารกิจไว้ล่วงหน้าเกือบหนึ่งเดือน...
ถ้าคิดในแง่นี้ เราก็น่าจะดีใจนะ ที่...วันสิ้นปี วันนี้ เรามีเวลาว่างมาก ขนาดที่นั่งโหลดเพลงเถื่อนได้ทั้งวัน
แต่พอมันว่างแล้ว มันก็ชวนให้เราหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ในอดีตได้
มันเป็นเรื่องธรรมดาของเราอยู่แล้ว เราชอบถอยหลัง....เดินหน้าเสมอ
ชั่วเวลาแรกที่มองเห็นความสนุกสนานครึกครื้นของคนอื่น
เราบอกตัวเองได้ว่า .... เราเหงาอีกแล้ว
ปีนี้ เป็นปีเหงาๆ อีกหนึ่งปี
แต่ถึงเราจะเหงา เราก็ยังโชคดีอยู่บ้าง ที่เรามีคนให้เราคิดถึงอยู่ทุกที
เมื่อกี้เพิ่งอ่านเมลล์ในทำนองนี้มาด้วย
ถึงได้บอกว่า อย่างน้อย... เราก็เคยตกหลุมรัก และรักอย่างจริงจัง
อยู่อย่างเหงาๆ แบบมีคนให้รักก็ดีแล้ว
เนอะๆๆ
เมื่อปีที่แล้ว ปีใหม่เราได้ร้องไห้ด้วย เราจำได้
แต่ปีนี้..คงไม่ต้องร้อง ไม่มีอะไรให้ร้อง
ปีที่แล้ว ปีใหม่ คุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ต่างๆมากมาย
แต่ปีนี้...เรากลับเรียบเฉย หรือว่าเฉยเมยเองก็ไม่แน่ใจ
แต่เอาเถอะ ไม่ต้องร้องไห้รับปีใหม่ก็ดีแล้ว
เฮ้อ... พิมไม่ค่อยสนุกแล้ว ไปเขียนไดอ่ารี่ดีกว่า
ขอโทด ที่จบดื้อๆๆ พอดีรู้สึกตัวได้ว่า มันเริ่มเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยควรเปิดเผยในที่สาธารณะเท่าไร
เอาหละ ไปดีกว่า
สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะ บลอคที่รัก December 10 นานแล้วนะสวัสดี...
คนที่ผ่านเข้ามาอ่านทุกๆคน...
อืม .... นานแล้วนะ
ใช่แล้ว นานมากแล้วที่แทบไม่ได้แตะต้องบล็อคนี้เลย
นานจนลืม แล้วกลับมานึกขึ้นได้อีกครั้ง
จะว่าไปแล้วไม่ใช่นึกขึ้นได้หรอก แต่แค่อยากจะเขียนอะไรบ้าง
อยากหยิบจับโน่นนี่มาเล่า ... แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเล่าให้ใครฟัง
เขียนไดอารี่หละ.... ทำไมไม่ทำ
อืม ก็ทำอยู่ แต่ก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาซะเฉยๆ เพราะว่า จับดินสอเขียนมากๆเข้า
มันก็ทำให้เราเจ็บมือ ... จริงมะ
ถ้าต่อไปเรายังเขียนได้อย่างละเอียดขนาดนี้...
สงสัยว่าบลอคครั้งนี้จะยาวได้สุดๆๆไปเลย ( สุดๆไปเลย....คำพูดติดปากของปุยฝ้าย ..ที่เราคุ้นชินแล้วในเวลานี้ )
เราจะเล่าเรื่องอะไรดีหละ
คนอ่านไม่ได้มีมากมาย หรืออาจจะไม่มีเลย
จะพิมอารัยก้คงไม่ก่อปัญหามากนัก
เขียนเรื่องนามธรมมตามประสาเราดีก่า ...
ไม่ได้เขียนอะไรให้คนอ่าน.. ไม่รู้เรื่องมากนานแล้ว ที่บอกแบบนั้น ไม่ใช่ว่าฝีมือพัฒนาขึ้นหรอกนะ
แต่ว่า...ไม่ได้เขียนอะไรเลยตะหาก
มันเลยเป็นแบบนั้น
ตอนนี้เราถือศีลแปด...
เค้าว่าศีลทำให้คนบริสุทธิ์ขึ้น..จริงหรือไม่
เราว่าคงใช่แหละ
จากข้อห้ามมากมาย ช่วยตัดโอกาสทำเรื่องไม่ดีๆต่างๆไป ใช่มะ
แค่ห้าวันกับศีลแปด...แปดข้อห้ามเล็กๆที่เราไม่ได้คิดว่าทำให้เราลำบากอะไรนักหนา
ช่วยทำให้เรารู้สึกเหมือนเรา อยู่บนบันไดที่สูงกว่าคนอื่นอีกหนึ่งขั้น
ไม่ใช่เพราะว่า เดินไปไกลกว่า
แต่เหมือนยืนอยู่ในตำแหน่งที่ทรงตัวได้ยากกว่า
ทำให้ต้องสงบนิ่ง และทรงตัว.... มากกว่าคนอื่นๆ
จนเหมือนกับตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ครุ่นคิดกับตัวเองมากขึ้นไปโดยปริยาย
แต่ในทางทรงข้าม
เรากลับมีความคิดเห้นที่ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับคนอื่นไป
อย่างเรื่องบางเรื่อง
ที่เราคิดว่าสิ่งที่เราทำ คือการปกป้องบุคคลอันเป้นที่รักของเราอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
มันกลับคือการทำร้ายเค้าในสายตาคนอื่น
เราคิดว่านั่นเป้นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราเลือกทำอย่างรอบคอบแล้ว
แต่มันก็...เป้นเรื่องอันไม่สมควร
เป็นเรื่องที่เราว่าเข้าใจลำบากนะ
เหมือนมีเส้นบางๆๆ ขีดขั้นเหมือนกรณีอื่นๆไปซะแล้ว
เราเริ่มมีคำถามบางอย่าง ที่ไม่น่าถาม...
เรากำลังปกป้อง... หรือ เราปกปิด...
เอาเถอะ ...
เราคงไม่ต้องค้นหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว
เพราะถ้าสิ่งที่เราได้ทำไป..
ทำให้คนรอบข้าง อันเป้นที่รักของเราต้องรู้สึกเดือดร้อนหรือลำบากใจ
เราก็คือผุ้ที่กระทำการอันไม่สมควรนั่นเอง
อาจเพราะเหตุการณ์นี้
ทำให้เราเข้าใจคิดว่า อภัย.... มากขึ้นจนซาบซึ้ง
เราอาจเคยประเมินคุณค่าของ อภัย ต่างไป
แต่วันนี้ ... เราคิดว่ามันยิ่งใหญ่.... กว่าสิ่งทั้งปอง
..... มันอาจจะใหญ่กว่า รัก ที่เราเทิดทูนเหลือเกิน...
อภัย.... ดูจะไม่มีเงื่อนไขใดๆ ให้เราเลือกปฏิบัติ
ขอเพียงแต่ ใจ และจิตใต้สำนึกประสงค์...
เราก็คงให้อภัยแก่ใคร....ก็ได้
ขอบคุณนะ สำหรับ...อภัย.... ที่มอบให้เรา
August 23 ประกาศ..นิยาย ..กับสายหมอกสวัสดีๆเพื่อนๆที่รักของเราทุกคน...
นานแล้วที่เราไม่ได้อัพบลอค ...
หลายๆคนคงลืมไปแล้วว่าเราเคยทำบอลคกะเค้าด้วย
วันนี้เราไม่ได้มาส่งนิยาย...ตามจุดประสงค์เดิมของเรา
เพียงแต่เราจะมาบอกเพื่อนๆ ของเราว่า ..
เราแต่งนิยายสายหมอกแล้วนะ...แต่ต่อ และจะแต่ให้จบ
แต่จะใช้วิธีส่งเป็นตอนๆ ให้เพื่อนๆอ่านกัน
ดังนั้น ถ้าใครยังไม่เบื่อนิยายของเรา..
ก็ช่วยติดต่อมาด้วยนะจ๊ะ...
แล้วสายหมอก....จากไปเยือนถึงหน้าบ้านคุณ
ขอขอบคุณในกำลังใจและความสนับสนุนจากทุกคน..
มิ้งค์
May 05 นิยายของสายหมอก ... สิบแปด..................
" อะไร " ดนน์เองก็สะดุ้งอยู่เหมือนกัน
หมอกมองดนน์แบบ งงๆ ...ดนน์ตกใจอะไร ??? วะ ซึ่งหน้าตาของหมอกตอนนี้ก็บอกได้ถึงอาการ เอ๋อหรออยู่ไม่น้อย ตาค้าง.... มองงงๆ
" ก็.... " ...... " เอิ่ม....... "
" หืม..... " หมอกจ้องหน้าดนน์ " ดนน์ตกใจอะไรอ่ะ "
" แล้วหมอกตกใจอะไร " ดนน์ยียวนอีกแล้ว
" เรารู้สึกมีอะไรโดนไหลเราอ่ะ "
" รู้สึกด้วย ?? "
" หมายความว่าไง "
" ก็เออ.... " ตอนนี้ดนน์เปลี่ยนอริยาบทจากการเดินแกว่งแขวน..เหวี่ยงมือแบบสบายๆ เป้นการประสานมืออยู่ด้านหลัง .... ท่าทางเดินแบบนี้ดนน์ทำไม่บ่อยนัก
" มีแมลงเกาะหลังหมอกอ่ะ " ดนน์ตอบ
" แล้วตกใจทำไม "
" ก็จะปัดให้ ... "
" แล้วไงอ่ะ ??? " ..หมอกเดาออกแล้วแหละ แต่ขอแกล้งโง่หน่อย
" ก้กำลังจะปัดให้ ... "
" แต่เราร้องขึ้นมาก่อนใช่มะ แสดงว่าความรู้สึกเราเร็วกว่า 555 "
" อืม ช่าย...... "
" ขอบคุณนะ ... " หมอกยิ้มให้
" มิเปนราย.... "
ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆ ผ่านพระบรมรูปรัชกาลที่ห้า หยุดยืนไหว้อย่างเช่นตลอดระยะเวลาสามปีก่อนหน้านี้ที่ได้ปฏิบัติเป็นกิจวัตร .... แล้วก็หันหลังกลับมาไหว้พระปริวัติเทพ
เมื่อเดินมาถึงทางแยกบริเวณหน้าตึกหนึ่ง ..... หมอกหยุดอยู่ครู่นึง
" เนี่ย....ถ้าวันนี้เป้นวันศุกร์นะดนน์ เราต้องเห็น อ. เผด็จขับมอร์เตอร์ไซมาหยุดคุยกับยาม ตรงนั้น...ตอนประมาณหกโมงสิบห้า "
แล้วชี้มือไปทางรถเลื่อนที่ติดป้ายจราจรบอกว่า " ห้ามผ่าน " แถวๆ ศาลา
" อ่านะ เราไม่เคยเห็น "
" ก็มาโรงเรียนสายจะเป็นได้ไง .... สู้เราไม่ได้มาเช้าทู้ก......วัน "
" มาเปิดโรงเรียน "
" ใช่ เช้ามาอ่ะ มาบางวัน... ตึกยังไม่เปิดเลย "
" อ่านะ "
" เออ แล้วเราจะไปไหนกันต่อเนี่ย ...เดินไปเรื่อยๆ ??? "
" ไม่เอาอ่ะ เมื่อยละ "
" แล้วจะไปไหนหละ "
" ตามใจหมอก "
" อีกละ เบื่อนะเนี่ย...อืม ไปสระบัวละกัน "
" อืมๆ .. " แล้วดนน์ก็เริ่มเดิน
หมอกนึกๆคิดๆ......
ที่จริง หมอกก็สนิทกับดนน์มานานละ ...รุ้จักกันมา 3 ปี แต่ว่าเริ่มสนิทจริงๆก็ ม. 4 เทอม 2 แล้วก็เรื่อยๆมาจนถึงวันนี้ ตลอดเวลาที่นี่.... หมอกไม่เคยมานั่งเล่นสระบัวกับดนน์เลย ก็ไม่แปลกหรอกเนอะ ... เพราะคนส่วนใหญ่เค้ามาให้อาหารน้องปลา น้องเต๋า มานั่งเล่นกัน อ่านหนังสือ ทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ๆ มาเรียนนอกห้อง หรือแม้แต่มาซ้อมละคร ... แต่ถ้าเป็นมากันแค่ 2 คน...มากันเป็นคุ่ มานั่งคุยกัน โดยเฉพาะหญิงกับชาย... หึๆ มันเหมือนจะเป็นภาพที่ใครๆเห็นก้ต้องรู้ว่า สองคนนั่น ...ไม่ใช่เพื่อนกันแน่ๆ แล้วอย่างงี้หมอกจะได้มากับดนน์ได้ไง
นิยายของสายหมอก... สิบเจ็ด " ไปโรงเรียนมั้ย "
"ฮะ " หมองงกับคำชวนที่ได้ยิน... ความสงสัยในเจตนาของผู้ถามทำให้คิ้วของหมอกเริ่มขมวดกัน แล้วถามกลับไปในทันที " ทำไมอ่ะ "
" ไปเถอะหนะ "
" ไปทำไมหละ บอกก่อนดิ "
" ก็ไปโรงเรียน "
" มันตรงคำถามมั้ยเนี่ย เมาข้าวขาหมูหรอ "
" ไปเถอะหนะ เดี๋ยวก็รู้เอง "
" แอะๆๆ แสดงว่ามีพิเศษ "
" ไม่มีอะไร แค่อยากไปนั่งเล่นอ่ะ "
" คิดถึงโรงเรียนอ่าหรอ "....หมอกรู้สึกขำในใจ...ดนน์ไม่เคยทำเซอร์ไพรส์หมอกได้เลยซักครั้งเดียว...เพราะหมอกก็คงหลอกถามจนดนน์ต้องพูดซะก่อนทุกครั้งไป
" นิดหน่อยๆ "
" รู้สึกเหมือนจะจากบ้านไกลอ่าสิ เลยอยากไปเก็บภาพแห่งความทรงจำเอาไว้ "
" หึๆ นะ "
" จะบอกว่ารู้ทันอีกแล้วใช่มั้ยหละ เรารู้ละ ไม่ต้องพูด "
ดนน์ทำหน้ากวนประสาทโดนเหล่ตาดำให้มาอยู่ที่หางตา...เหลือบมันมองมาที่หมอกแล้วยิ้มที่มุมปาก....กวนประสาทจริงๆ
ครืดๆ ....
" ของเราอ่ะ ตั้งสั่นไว้ " หมอกพูดพร้อมกับใช้มือขวาควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่กระเป๋าที่แสนรกของหมอทำให้หมอกใช้เวลาเกือบครึ่งนาทีในการแสวงหา
" หาเจอป่ะ ต้องช่วยมั้ย "
" อ่ะ เจอละ ...อืม แม่อ่ะ "
" หมอกกลับเย็นมั้ย กลับกี่โมง " เสียงผู้หญฺงตัวเล้กใจดีดังขึ้นทันทีเมื่อกดปุ่มรับสาย
" เด่วนะคะแม่ ถามเพื่อนแป๊บนึง " หมอกยกมือซ้ายมาปิดส่วนที่รับเสียงเพื่อไม่ให้ปลายทางได้ยินเสียงสนทนาที่หมอกจะต้องคุยกับเพื่อน....คนนั้น
" กลับกี่โมงอ่ะ " หมอกพูดเบาจนเหมือนกระซิบ
" แล้วแต่ "
" กี่โมง " หมอกเริ่มมองดนน์แบบมีอารมณ์นิดๆ เป็นท่าทางที่กึ่งบังคับให้ดนน์ตอบคำถามนั้น แล้วขวาดคิ้วเล็กๆ เป็นการเร่งรบเร้า แต่ดนน์ก้ยังคงมองหน้าแบบเด็กไม่ประสาเช่นเดิม
หมอกยกนาฬิกาที่ข้อมือขวาขึ้นดู.... ตอนนี้เกือบบ่ายสองแล้ว
" สี่โมงครึ่งค่ะแม่ ... มีอะไรรึป่าวคะ "
" อ๋อ เด่วแม่มีธุระต้องไปทำแถวนั้น แม่ไปรับหมอกนะ "
" ค่ะ มารับที่โรงเรียนนะคะ "
" อ้าว ไม่ได้ไปเที่ยวหรอ "
" มานั่งเล่นกันที่โรงเรียนอ่าค่ะ "
" งั้นแม่ไปรับที่โรงเรียนเลยละกัน "
" ก่อนมาถึงโทรหาก่อนนะคะ "
" ประมาณ เกือบห้าโมงนะ รอหน่อย ที่โรงเรียนเค้าให้จอดมั้ย "
" เย็นแล้วน่าจะได้นะคะ ปิดเทอมอยู่ด้วย อีก 5 นาทีถึงแม่โทรมานะ "
" อ่าๆ แล้วหมอกไม่ต้องรับนะ "
" ค่ะ สวัสดีค่ะแม่ "
............ ตึ๊ด
" เออ.... " ดนน์ลากเสียงยาวกว่าทุกครั้ง
" มีอะไรหรอ อยู่ไม่ถึงใช่มะ "
" อืมใช่ คิดว่าจะกลับตอนบ่ายสามอ่ะ "
" ก็ไม่เปนไร เด่วเราเดินเล่นได้ "
" แต่ต้องรอนาน "
" ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง เดินเล่นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพอดนน์กลับ เราไปเดินพารากอนก็ได้ แล้วค่อยโทรไปบอกแม่ให้ไปรับแถวนั้น "
" หึๆ รู้สึกผิด เราน่าจะบอกก่อน "
" ก็นะ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยโทรบอกแม่ก็ได้ "
" รู้สึกผิดจริงๆนะเนี่ย "
" ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร รีบเดินเถอะ เราร้อน "
การสาวเท้าเก้าเร็วๆ...ทำให้การสนทนาหยุดไประยะหนึ่ง
เมื่อถึงร่มไม้หน้าโรงเรียน หมอกเริ่มเดินช้าลงเรื่อยๆ จนเริ่มเอื่อยอย่างชัดเจน...แล้วเริ่มพูดขึ้นใหม่อีกครั้ง
" ดนน์ "
" ฮะ " ดนน์หนัมามอง เมื่อรู้สึกได้ว่าเสียงที่ร้องเรียกนั้นไม่ได้ดังแว่วมาจากด้านข้าง แต่มาจากด้านหลัง มันทำให้ดนน์หยุดยืนรอหมอกอยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้หมอกเดินตามมาถึงระยะการกระจัดที่น้อยลง.... แล้วจึงก้าวเท้าช้าๆ เป็นอัตราเร็วเดียวกับหมอก.... มันช้ามาก .... ทั้งสองเริ่มเดินเล่นกันตั้งแต่หน้าโรงเรียน
"ทำไมวันนี้รีบกลับอ่ะ "
" แถบบ้านรถติดมากอ่ะ วันนั้นถึงบ้านเกือบสองทุ่ม "
" ฮะ.... วันที่รับ รบ. อ่าหรอ "
" อืม ช่าย .... "
" ติดขนาดนั้นเชียว "
" ติดมากอ่ะ "
" โหยๆ แล้ววันนั้นเราแยกย้ายกันกี่โมงนะ "
" สี่โมงครึ่ง เกือบ ห้าโมงมั้ง "
" แล้ววันนี้จะถึงบ้านกี่โมงอ่ะ "
" ไม่แน่ใจ อาจจะ สี่โมงเย็น ไม่ก็ห้าโมง ไม่ก็หกโมง "
" ตอบงี้ไม่ต้องตอบก็ได้ "
" อุ๊ย.... "
May 02 นิยายของสายหมอก สิบ ..อะไรวะ................................................................................................................................................................................
" สนุกดีเนอะ " บีมเอ่ยเป็นประโยคแรกเมื่อเท้าก้าวออกสู่แสงสว่างภายนอก " ช่าย เพลงเพราะด้วย " หมอกหันไปตอบ " ดนน์อ่ะ " บีมหันไปทางดนน์ พร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย อันเป็นสัญลัญษณ์ที่ตอกย้ำเจตนาที่จะถามของผู้พูด " ก็ดี " " อ่านะ ไม่ว่าอะไรดนน์ก็ว่าดีทั้งนั้นแหละ จริงมะ " หมอกเย้า " หึๆ ไม่รู้สึก " ...ประโยคประจำตัวของดนน์เค้าเลย บีมยกข้อมือขวาขึ้น ใช้มือซ้ายขยับนาฬิกาทรงกำไลสีชมพูให้เข้าที่เข้าทาง...
" เออ จะบ่ายโมงแล้วอ่ะ เดี๋ยวเราไปหาน้องก่อนนะ " " อ่าจ้า " หมอกตอบไปพร้อมกับยิ้มละไม " แล้วเดี๋ยวไปไหนกันต่อป่าวเนี่ย " บีมยังคงถามต่อ " ไม่รู้เหมือนกันอ่ะบีม 555 ไม่มีที่ไป " " เที่ยวกันต่อ 2-2 หรอ " " ไม่รู้อ่า อาจจะกลับเลยก็ได้ " ดนน์ชิงตอบซะก่อน... มันทำให้หมอกต้องหันไปมองหน้าดนน์ด้วยความงุนงงอยู่ไม่น้อย... และแววตาที่ หมอกมองดนน์นั้น แม้ว่ามันจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ในส่วนลึกๆแล้ว หมอกก็คงมีความรู้สึกน้อยใจอยู่มากทีเดียว
เมื่อได้สติอีกครั้ง หมอกหันไปยิ้มให้บีม " งั้นเราไปก่อนนะ ถ้าไปเที่ยวต่อกัน ก็เที่ยวให้สนุกน้า เที่ยวเผื่อเราด้วย " บีมพูดตอบ " อ่าจ้า " " บ๊ายบายจ้า " บีมยกมือทั้งสองขึ้นโบก ... ซึ่งเข้ากับบุคคลิกที่ดูอ่อนวัยของเธอจริงๆ ดูน่ารัก สดใส " บายๆ " ดนน์พูดด้วยท่าทางเรียบเฉยเช่นเคย แต่แววตานั้นก็แฝงความอ่อนโยนในแบบดนน์ไว้ " โชคดีน้า .... " " ดนน์จะกลับเลยรึเปล่า "
" ยังอ่ะ หิวแล้ว " " ไปหาอะไรกินกันก่อนมั้ยแล้วค่อยกลับ " " อืม...เอาดิ " " แล้วกินเสร็จแล้วจะกลับเลยหรอ " " ไม่รู้ " " อ้าว ...ได้ไง " " เอาเหอะ หิวข้าวแล้ว " ....แล้วดนน์ก็จับที่ข้อมือของหมอก กึ่งจูงกึ่งลาก มุ่งตรงไปยังศูนย์อาหาร " ดนน์กินข้าวขาหมูอีกละ " " ก็ชอบกิน " " นะ .... แต่ยังไม่ได้บอกเลยว่า ทำไมรีบกลับ ไหนว่าวันนี้ว่าง " " ใครบอกรีบกลับ " " ก็ดนน์ไง.. " " เราไม่ได้พูดซะหน่อย " " ก็เมื่อกี๊คุยกะบีม ที่บีมถามว่า ดูหนังเสร็จแล้วไปไหนต่อ แล้วดนน์ก็บอกว่า อาจจะกลับบ้านอ่ะ " " แต่เราไม่ได้บอกหมอกหนิ " " หงะ เคืองนะเนี่ย ... " " อ่าง้อๆๆ .... กินเถอะ เราขี้เกียจคุยแล้ว " ดนน์ยิ้มอย่างเข้าเล่ห์ แล้วก็ก้มหน้าก้มตากิน...แทบจะไม่ได้สนใจหมอกอีก " ไม่ต้องรีบหรอก เด่วก็ติดคอตาย " หมอกอมยิ้ม แล้วก็คว้ากระเป๋าสตางค์ และค่อยๆ ขยับออกจากเก้าอี้ที่นั่ง " ไปไหนอ่ะ " ....ดนน์ก็ยังพอจะสนใจหมอกอยู่บ้างเหมือนกันนะเนี่ย " ไปซื้อน้ำสิ.... เอาน้ำอะไรอ่ะ " " น้ำเปล่าละกัน " April 24 นิยายสายหมอก ...สิบห้า........................................................................................................................................................
หมอกรู้สึกตกใจอีกครั้ง... เมื่อดนน์ใช้มือข้างขวาของดนน์จับที่ข้อมือข้างขวาของหมอก...แล้วยกขึ้นมาวางบนที่สางแขนด้านขวาเจ้าปัญหา แต่เวลานี้พื้นที่ทั้งหมดของที่เท้าแขน ถูกหารสองถามแนวยาว มันเหลือแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งนึงมีแขนดนน์วางอยู่ ดนน์ค่อยๆวางแขนของหมอกข้างๆแขนข้างซ้ายของดนน์เอง " ฮืม..... " นั่นทำให้หมอกต้องหันไปมองหน้าดนน์ ดนน์ขยับตัวนิดหนอ่ยเพื่อให้เค้าเองนั่งสบายขึ้น " ก็วางด้วยกันเนี่ยแหละ " หมอกยิ้มให้ดนน์ แล้วก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายขึ้นเช่นกัน เพราะสำหรับหมอกเองนั่น การนั่งแบบนี้ อาจจะลำบากกว่าการที่จะเอามือวางสบายๆบนตักซะอีก ...... แต่ก็เถอะนะ หมอกรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอุ่นนิดๆ จากผิวเนื้อที่สัมผัสกับแขนของดนน์ โชคดีที่สำหรับหมอกนั้น ....อากาศในโรงหนังนี้เย็นมาก หรือเย็นจนค่อนไปทางหนาว จะไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร แค่มีความรู้สึกจักจี้เล็กๆ เวลาใครคนใดคนหนึ่งขยับตัว เพราะถ้าไปนั่งแบบนี้ ในอากาศข้างนอกที่อาจจร้อนเกือบสี่สิบองศานั้น เหงื่อคงจะชุ่มแขนแน่ๆ
หมอกหันไปมองที่บีม ...คราวนี้บีมหันมามองหมอก ยิ้ม... และกันกลับไปอย่างเร็ว เพราะดูจะต้องใจกับหนังที่ดูมาก ...นั่ทำให้หมอกโล่งใจส่วนหนึ่งว่า บีมคงจะไม่สนใจอะไรกับความเคลื่อนไหวเล็กๆเมื่อซักครู่นี้แน่ๆ หมอก จึงขอเวลาที่เหลือดูหนังอย่างตั้งใจเช่นบีมบ้าง
มาถึงตอนเศร้าของหนัง.... ซีนอารมณ์ที่กระชากหัวใจให้อ่อนไหวไปตามเนื้อเรื่อง เฮ้อ...รักสามเศร้า ดูแล้วสงสารพระเอกจับใจ ....เสียงเพลงที่กระตุ้นเราอารมณ์อันอ่อนไหว...ทำให้เข้าถึงความรู้สึกโศกเศร้าเหลือเกิน หมอกรู้สึกได้ว่าขอบตาค่อยๆอุ่นขึ้น ...แล้วน้ำตาค่อยๆ ไหลลงมา แล้วอะไรบางอย่างก็ไม่รู้ทำให้หมอกต้องหันไปมองที่ดนน์... แล้วก้พบว่าดนน์นั่นได้มองมาทางหมอกอยู่ก่อนแล้ว และดนน์ก็ยิ้มให้เมื่อสบตากัน แต่น่าแปลก ..ที่หมอกไม่สามารถล่วงรู้ได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของดนน์ในเวลานี้ .... เพราะแววนั้น จะบอกว่ากำลังมีความสุขอยู่ ก็คงไม่ผิดนัก แต่มันยากที่จะเข้าถึง ก็ตรงที่ว่า หมอกรู้สึกว่า ในสายตาที่ยิ้มอย่างสงบเย็นนั้น มันแอบแฝงความเศร้าบางอย่างไว้ .....
หมอกพยายามมองให้ลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น แต่แล้ว ความสนใจของหมอกก็กลับเบี่ยงเบนไปสู่งสิ่งอื่น .... ตอนนี้แขนของดนน์ที่เคยวางอยู่แนบชิดกับแขนของหมอก ค่อยๆขยับเลื่อนห่างออกทุกที ทุกที .... ดนน์โน้นตัวน้อยๆเข้ามาหาหมอก
" เป็นอะไรป่าว " ดนน์กระชิบถาม " ไม่หรอก " " อืมๆ " ดนน์มองหมอกให้แน่ใจ.....นิ่งและนานอีกครั้งก่อนจะกลับไปมองที่จอดังก่อนนี้ นิยายสายหมอก... สิบสี่ ดนน์เดินนำเข้าไปก่อน เมื่อถึงแถวที่สามนับจากบนลงล่าง ดนน์ก็เข้าไปนั่งที่นั่งในสุดที่เลือกไว้ ดนน์นั่งที่นั่งหมายเลข 9 ส่วนบีมหยุดยืนให้หมอกเดินเข้าไป ...
" หมอกเข้าไปสิ " " อ้าว บีมไม่เข้าไปก่อนหละ " " ไม่เอาอ่ะ หมอกเข้าไปก่อน นั่งในๆๆ ออกยาก 555 " " อ่านะ " ..... หมอกไม่ปฏิเสธหรอก " เรื่องนี้เป้นละครเพลงใช่มะ " บีมชวนคุย เพราะว่าตอนนี้มีคนมานั่งรออยู่ในโรงไม่ถึง สิบห้าคน
" ช่าย เพลงจีน เราฟังไม่รุ้เรื่องหรอก แต่อยากดู มันเศร้าดี " " ชอบหนังเศร้าๆหรอ " " ก็ใช่อ่ะ ชอบแนวโรแมนติค บีมหละ " " 555 เราชอบหมดอ่ะ ดูได้ทุกเรื่อง " " แต่เราไม่ชอบหนังแล้วก็พวกหนังต่อสู้อ่า กลัวเลือด 555 " หมอกตอบไป นี่แหละคือเหตุผลที่หมอกไม่อยากเรียนหมอ....ถ้าไม่กลัวเลือดแล้ว หมอกคงต้องพยายามสอบหมอ..เชียงใหม่ให้ได้ เพื่อที่จะได้ไปเรียนที่นั่น ....... กับดนน์ " อ้าวหรอ ...เราไม่กลัวอ่ะ ชอบ " " โหย เห็นน่ารักๆ อย่างงี้บีมก็โหดเหมือนกันนะเนี่ย " หมอกพูดจบก็หันไปมองดนน์ที่ตอนนี้นั่งเงียบ " หลับแล้วหรอดนน์ เชียบซะ " " ป่าว ก็ฟังคุณคุยกันไง " " หงะ " หมอกยิ้มให้ดนน์ ส่วนดนน์ก็ยิ้ม..แบบเดิมๆ ให้หมอกเช่นกัน ส่วนบีมนั้น ตอนนี้ตั้งอกตั้งใจดูหนังตัวอย่างที่เริ่มฉายบนจอ ข้า-............... เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น พร้อมกับตัวอักษรบนหนาจอ โปรดยืนตรง....
หมอกชอบฟะงเพลงสรรเสริญในโรงหนังแบบนี้จริงๆ มันกระหึ่มกึกก้องโสตประสาทดีแท้ .....ฟังแล้วรู้สึกเลือดรักชาติสูบฉีดดี เมื่อจบเพลง เสียงเก้าอี้ดังอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้งเป็นสัญญาณที่บอกว่าทุกคนได้นั่งลงหมดแล้ว และพร้อมที่จะรับชมภาพเคลื่อนไหวที่เกิดจากแสงกระทบกับฉากใหญ่ยักษ์เบื้องหน้า
หมอกขยับกระเป๋าที่เดิมวางอยู่บนตักมาวางข้างที่วางแขนด้านซ้าย ด้วยความหนาของกระเป๋า ...นั่นทำให้หมอกต้องเขยิบตัวไปทางด้านขวามากขึ้นอีกนิด ซึ่งหมายความว่า หมอกจะนั่งใกล้ดนน์มากยิ่งขึ้น ระหว่างนั้นหมอกก็เหลือบมองบีมเป็นระยะ สังเกตเห็นกิริยาอาการตั้งใจดูหนังของเธออย่างจริงจัง หมอกวางมือทั้งสองไว้ที่หน้าตักอย่างเคย ดูหนังไปเรื่อยๆ ในใจก็คิดว่า เหตุการณ์หรือเรื่องราวที่หมอกคิดฝันเมื่อคืนวันก่อนๆนี้..คงไม่เกินแน่ เพราะว่า ตอนนี้ คนที่นั่งข้างๆ หมอก ไม่ใช่ ... ใครก็ไม่รู้ที่หมอกไม่รู้จัก ใครก็ไม่รู้ที่จะไม่สนใจคนข้างๆว่าทำอะไรขณะที่นั่งดูหนัง เพราะ คนๆข้างหมอกตอนนี้คือ..บีม หนังเล่นไปได้เกือบ ครึ่งชั่วโมงแล้ว ด้วยความเคยชินหรือเมื่อยล้าก็ไม่แน่ใจ ทำให้หมอกค่อยๆยกแขนข้างขวาขึ้นวางบนที่เท้าแขน แล้วแขนของหมอกนั้นก็ได้สัมผัสกับแขนของคนอีกคน... " อุ๊ย.... " หมอกร้องอุทานเบาๆ " ไม่เป็นไร วางไปเถอะ " ดนน์กระซิบตอบมา " ไม่อ่ะ ดนน์วางเถอะ " หมอกขยับไปใกล้ดนน์ให้มากขึ้น และกระซิบบอกอย่างเบาที่สุด ด้วยไม่ต้องการให้เสียงนั้นรบกวนคนอื่นๆที่กำลังดูอยู่ " วางเถอะหนะ " หมอกขยับแขนกลับมาอยู่ที่เดิม ส่วนดนน์เองก็เลื่อนแขนออกไปเช่นกัน " บอกให้วางไง " หมอกกระซิบเบากว่าเดิม แต่ทว่าเสียงนั้นก็แอบแฝงคำสั่งที่น่าเกรงขามไว้ และใช้มือข้างขวาฉวายเอาแขนดนน์ขึ้นมาวางบนที่เท้านั้น ....โดยที่ดนน์ก็ไม่ได้ออกแรงด้านแรงยกจากมือของหมอก หมอกยิ้มให้ดนน์ด้วยความรู้สึกขำอยู่ในใจ เพราะรู้ว่า ดนน์หนะ ชอบเก้าอี้ที่มีที่วางแขน..... และเมื่อบรรยากาศเย็นสบายๆในโรงหนังแบบนี้ ดนน์จะไม่อยากวางแขนของดนน์เองให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายด้วย ได้ยังไง นิยายสายหมอก ... สิบสาม " หมอกอ่ะ " บีมพูดกับดนน์ แล้วหันหลังมามองที่หมอก เมื่อรู้สึกได้ว่าทิ้งระยะห่างกันพอควรแล้ว
" มีโทรศัพท์มาอะจ่ะ ไปละๆ " หมอกรีบเดินมาหาทั้งสองคนที่เวลานี้หยุดยืนรอหมอกอยู่ แต่ว่าหมอกได้เปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองใหม่แล้ว หมอกเดินเฉียงมาอยู่ข้างๆ บีม .......แล้วทั้งสามก็เดินต่อไป " จะมาดูเรื่องอะไรกันหรอ " บีมเอ่ยขึ้น
" Perhaps Love อ่ะ บีมดูได้มั้ย " หมอกตอบไป " ดูได้หมดแหละ เราชอบดูหนัง " ...... ตอนนี้ดนน์เงียบเพื่อเป้นผู้ฟังหละมั้ง แต่นั่นก้เป้นสิ่งที่ดนน์ถนัดมากอยู่แล้ว " แต่ไม่รู้ว่าจะมีรอบมั้ย " หมอกพูดขึ้นลอยๆ " ต้องคอยดู " บีมยังคงตอบด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาเช่นเดิม " อืม ...... บีม จะเลือกคณะอะไรหรอ " หมอกชวนคุยขึ้นบ้าง " อ่อ หมออ่ะ คือ เราได้หมอเชียงใหม่ตั้งแต่ปีที่แล้วอ่ะจ่ะ เลยไม่รอแอดกลางแล้ว " " เก่งจัง ...งี้ก็ไปเรียนกับดนน์สิเนี่ย " " ช่าย ....เลยรู้จักกับดนน์ตอนไปรายงานตัวอ่ะ ตลกดี อยู่โรงเรียนเดียวกันมาตั้ง 3 ปี เพิ่งจะได้เจอตอน ม. 6 " " หึๆ นะ เราก็เหมือนกัน เพิ่งจะได้รู้จักคนน่ารักๆ แบบบีมก็ตอนจบแล้ว ทั้งที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน " หมอกว่า ... จริงๆแล้วหมอกปากหวานมากกว่าดนน์อีก บีมยิ้มกว้างขึ้น " หมอกน่ารักกว่าเราอีกจริงมั้ยดนน์ " แล้วทั้งหมอกและบีมก็หันไปมองหน้าดนนืที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาเดินอยู่ " หืม ไม่รู้ " .... " 555 ..... แล้วหมอกเรียนห้องเดียวกับดนน์หรอ " " อ่อ เปล่าหรอก เคยเรียนด้วยแค่ปีเดียวเองอ่ะ ตอน ม. 4 " " อ๋อ . ...เออ เด่วเราไปดูรอบให้นะ หมอกกับดนน์รอตรงนี้ก็ได้ " บีมหันมาบอกกับดนน์แหละหมอกที่เวลานี้ต่างหยุดยืนดูบริเวณตู้ที่มีจอฉายตัวอย่างหนังอยู่ " ขอบคุณนะจ๊ะ " หมอกพูดไล่หลังไป....ขณะที่บีมกำลังจะเดินออกไปที่ขายตั๋ว " บีมน่ารักเนอะ "
" หึๆ ก็ดี " " เราว่าน่ารักออก " " หึๆ " " ไม่น่าหละ เด่วนี้ดูดนน์เปลี่ยนไป๊ สงสัยมีข่าวดีเร็วๆนี้แน่เลย " หมอกแซวไป " อะไรๆ ไม่เห้นจะมีอะไร " " มีบอกสิบโมงห้าสิบอ่ะ ดูมั้ย " บีมกลับมาบอก
" เอาสิ คงเลิกไม่เกินบ่ายโมงบีมได้ไปรับน้องทัน " ดนน์ว่า " งั้นเด่วไปซื้อเลยนะ หมอกไปเลือกที่นั่งด้วยกันมั้ย " " ได้จ้า " หมอกหันมาทางดนน์ " เด่วเราออกให้ก่อนละกัน " " อ่า ขอบคุณๆ " " ซี 7 - 8 - 9 ดีมั้ย " บีมถามความคิดเห็นหมอก " ได้เลยจ๊ะ " " พี่ค่ะ เอา ซี 7- 8 -9 ค่ะ เท่าไหร่คะ " " 360 บาทค่ะ " พี่พนักงานตอบมา แล้วหมอกก็ยื่นเงินในส่วนชองดนน์และของหมอกเองให้บีม " ขอบคุณค่ะ " พี่พนักงานพูดพร้อมกับยื่นตั๋วให้บีม บีมฉีกตั๋วมานึงใบ แล้วยื่นอีกสองใบที่ติดกันให้กับหมอก " เด่วเราเอาใบนี้ ส่วนนี่ให้ดนน์กับหมอก " " ขอบคุณค่ะ " " ไปนั่งรอข้างในก่อนมะ " ดนน์เดินเข้ามาถาม " ก็ได้ " หมอกตอบไป " โรงหนึ่ง ด้านซ้ายมือนะคะ " พี่คนตรวจตั๋วที่บันไดทางขึ้นบอก " ค่ะ " หมอกยิ้มให้พี่เค้า .....หมอกเป็นแบบนี้เสมอ " นั่งรอตรงนี้ก่อนเนอะ ทานอะไรมั้ย " บีมถาม " ไม่เอาอ่ะ " ดนน์ตอบ " ไม่เอาเหมือนกันจ้า ซื้อก็ไม่เคยกินหมดเลย อีกอย่างเพิ่งทานมาด้วย " หมอกว่า " งั้นเด่วเราซื้อน้ำของเราแล้วกันนะ " " ตามสบายเลย " " ดนน์มีเพื่อนไปเรียนหมอเชียงใหม่ด้วยกันพี่คนอ่ะ " หมอกถามขึ้นเมื่อบีมเดินไปซื้อน้ำ " มี 2 คนเอง ไม่รวมเรานะ " " ใครอีกคนอ่ะ " " ชื่อ ก้อง หมอกไม่รู้จักหรอก " " เออ ไม่รู้รู้จักจริงๆด้วย " " แล้วงี้ดนน์ก็ต้องอยู่หอด้วยกันสิเนี่ย " " ไม่แน่ใจหนะ เด่วดูอีกที อาจจะอยู่หอนอกก็ได้ " " บีมหละ ไปอยู่เชียงใหม่แล้วพักที่ไหน " หมอกถามบีมเมื่อบีมเดินกลับมา " อ่อ เราอยู่บ้านญาติอ่าจ้า พอดีที่ญาติอยู่ที่เชียงใหม่ " " อ้าวหรอ ดีจังเลย " " เนี่ย เวลาสงกรานต์เราก็จะไปอยู่ที่นั่นทุกปีเลย " " น่าอิจฉาจัง เราอยากไปเที่ยวเชียงใหม่บ้างจัง ไม่ได้ไปนานมากแล้ว " " ไปสิๆๆ ไปอยู่บ้านเราก็ได้ ฮิๆ " " อย่าชวนน้า 555 เด่วไปจริง " " ไปได้ละ " ดนน์บอกเมื่อเห็นว่าประตูโรงหนังหมายเลขหนึ่งนั่นเปิดออกแล้ว " ไปจ๊ะ เข้าไปนั่งกันเถอะ " หมอกบอกบีม นิยายสายหมอก ...สิบสอง ( ใหม่ ) " จะไปดูที่ไหนอ่ะ " " ไปมาบุญครองดีป่ะ คือ เราชอบโรง sf อ่ะ " " อืมๆ " " เออ นี่ไปเชียงใหม่เมื่อไรอ่ะ " " คงประมาณพฤษภามั้ง ต้องใจจะไปก่อนเปิดเทอมซักเดือนนึง " " ทำไมไปก่อนนานจังเลยอ่ะ " " ก็อยากไปเที่ยวด้วยอ่ะ " " น่าอิจฉาๆ อยากไปเที่ยวบ้างจัง " " ก็แล้วทำไมไม่ไปอ่ะ " " ก็..อืม.... " หมอกเปลี่ยนทิศทางของสายตาที่เคยพุ่งตรงขนานไปตามทางเดินริมขอบรั้วคณะเภสัช ทอดตัวยาวไปบรรจบกับถนนพญาไท เริ่มขยับมามองสิ่งต่างๆซ้ายขวารอบข้างตัวเอง แน่นอนว่า นี่คือการมองพร้อมๆกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไป...เพื่อหาคำตอบให้กับคำถามเมื่อครู่ คำถามที่คนถามก็ไม่ได้ตั้งจะถาม หรืออยากรู้คำตอบซักเท่าไร ส่วนคนตอบก็คล้ายกับจะชวนคุยไปงั้นๆ ไม่รู้ว่าจะไปสรรหาคำตอบอะไรมาตอบ....เหมือนกัน มันเกิดเป้นความเงียบชั่วระยะเวลาหนึ่ง.... แต่การเอียงศีรษะไปทางซ้ายและขวาน้อยๆ ของหมอก ก็ต้องสะดุดลง เมื่อสายตาของหมอกหัยไปสบตากับดนน์พอดิบพอดี .... ทั้งสองยิ้มให้กัน เพราะก็ต่างรู้ดีว่า ไม่มีอะไรจะพูด แล้วก็รีบเบือนหน้ากลับไปตามทิศทางเดิมของตน ... นั่นทำให้หมอกอมยิ้มอยู่ต่อไปได้นานทีเดียว แต่แล้วหมอกก็ต้องสะดุ้งเล็กๆ " ดนน์..... " เสียงหวานๆ เล็กๆ ดังมาจากด้านขวามือของหมอกเอง เสียงนั่นเล็กน่ารักจนหมอกต้องเหลือบไปหาเจ้าของเสียงนั้น เด็กสาวท่าทางอายุเท่าๆกันกับหมอกและดนน์ ตัวเล็กน่ารักสมกับเสียงใสๆ ที่เปล่งออกมา น่ารักเหมือนๆกับตุ๊กตาเลยทีเดียว เธอใส่ชุด dress แขนกุดสีชมพูอ่อน กระโปรงสั้นเหนือเข้าเล้กน้อย ผมสีน้ำตาลเข้มมันเงาถูกรวบสูงขึ้น ผูกด้วยริบบิ้นสีขาวใส และตกแต่งให้ได้ทรงสวยงามด้วยกิ๊บติดผมตัวเล้กๆ 2-3 ตัว เป็นการแต่งตัวที่น่ารัก สวยหวานจริงๆ " อ้าว ... บีม... " ดนน์หันไปยิ้มให้แก่สาวน้อยผู้นั้นด้วยความตกใจเล้ดน้อย และคงสะดุดตากับการแต่งการของเธอด้วยเหมือนกัน บัดนี้สาวน้อยผู้มีชื่อว่า " บีม " เดินแกมวิ่งตรงมาที่ดนน์และหมอก .... เธอยิ้มให้.... ยิ้มนั่นน่าประทับใจจริงๆ " ดีดนน์ มาทำไรหรอ " " อ่อ มาดูหนังอ่ะ " ดนน์ตอบไป บีมเบิกตากว้างเล้กน้อยเหมือนจะบอกเป็นนัยให้ดนน์ แนะนำเธอให้รู้จักกับบุคคลที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา " บีม นี่เพื่อนเรา ชื่อหมอกอ่ะ " " สวัสดีจ๊ะ บีม " หมอกตอบไป ยิ้มให้ด้วยความเป็นมิตร " ดีหมอก " บีมก็ยิ้มเช่นนั้นให้หมอก แล้วเบนสายตากลับมาที่ดนน์ " บีมมาทำอะไรอ่ะ " ดนน์ถามกลับไปอย่างรู้หน้าที่ " มารอน้องเรียนพิเศษอ่ะ เลิกประมาณบ่ายโมง เลยมาเดินเล่นหนะ ไม่มีอะไรทำ " " งั้นไปดูหนังด้วยกันมั้ย " หมอกเอ่ยชวน ทั้งทีใจจริงก็ไม่ค่อยจะอยากให้บีมไปด้วยหรอก แต่ทำยังไงได้ เธอพูดออกไปแล้ว ส่วนดนน์นั้นไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ " รบกวนรึเปล่า หึๆ " " ไม่หรอก ไปด้วยกันเนี่ยแหละ ไปหลายๆคนสนุกดี " " จะดีหรอ " บีมถามย้ำอีกครั้ง " ดีสิ ไปเถอะ... บีมก้ว่างอยู่พอดีไม่ใช่หรอ " หมอกตอบไป พลางหันไปมองหน้าดนน์ " ไปสิ " ดนน์ว่า " งั้นเราขอไปด้วยนะ " บีมตอบด้วยเสียงสดชื่น.... ส่วนหมอกหันไปยิ้มให้ ทั้งสามจึงเดินต่อไปยังโรงหนังเป้าหมาย โดยมีดนน์เดินอยู่ตรงกลาง.... หมอกมองแล้วว่าคงดูไม่ดีกับตำแหน่งการเดินแบบนี้ จึงหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งให้ทั้งบีมและดนน์เดินคู่กันไปซักพัก ... หมอกมองดู และนึกในใจตัวเอง ...... สองคนนี่ก็ดูเหมาะสมกันดีนะ April 23 นิยายสายหมอก ... สิบสอง..................................
" จะไปดูที่ไหนอ่ะ "
" ไม่มาบุญครองดีป่ะ คือ เราชอบโรง sf อ่ะ "
" อืมๆ "
" เออ นี่ไปเชียงใหม่เมื่อไรอ่ะ "
" คงประมาณพฤษภามั้ง ต้องใจจะไปก่อนเปิดเทอมซักเดือนนึง "
" ทำไมไปก่อนนานจังเลยอ่ะ "
" ก็อยากไปเที่ยวด้วยอ่ะ "
" น่าอิจฉาๆ อยากไปเที่ยวบ้างจัง "
" ก็แล้วทำไมไม่ไปอ่ะ "
วันนี้พอแค่นี้ก่อน เด่วพรุ่งนี้จะไปชลบุรี คริๆ เด่วกลับมาจะมาอัพใหม่ วันนี้ไปจัดกระเป่าก่องน้า นิยายสายหมอก สิบเอ็ด....................................................
ครืด ... ครืด ...
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
ทันทีที่กดปุ่มรับ
" หมอกอยู่ไหนอ่ะ "
" อ่อ อยู่ข้างในศูนย์หนังสืออ่ะ ดนน์อยู่ไหนเนี่ย "
" อยู่ข้างหน้าอ่ะ "
" งั้นแป๊บนึง เด่วเราจ่ายตังก่อน แล้วเด่วเราออกไปนะ "
" อ่าๆ "
หมอกรีบกดปิดไป แล้วปิดหนังสือที่อยู่ในมือ เดินไปที่เคาร์เตอร์คิดตัง
" 109 บาท ค่ะ " หมอกหยิบแบงค์ร้อยและแบงค์ยี่สิบออกมาจากกระเป๋าสตางค์สีขาวอย่างละใบ
" เงินทอน 11 บาทค่ะ "
หมอกพยักหน้ารับรู้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่า ดนน์มารออยู่ตรงหน้าแล้ว
" อ้าว ดนน์ " หมอกพูดออกไป ทั้งทีสีหน้าของหมอกเวลานี้ไม่ได้แสดงอาการตกใจเหมือนข้อความที่เพิ่งพูดออกไปซักนิด .....ดนน์ยิ้มให้
" มานานยัง "
" ก้ตั้งแต่เก้าโมงอ่ะ แต่ทำไมวันนี้ดนน์มาเร้วอ่ะ "
" แต่ก้ช้ากว่าหมอก "
" ไหนว่าจะมาสิบโมงไง " ตอนนี้เราเริ่มพูดไปด้วยและเดินไปด้วย
" ก็ไม่รุอ่ะ ไม่อยากให้รอนาน "
" แต่มาก่อนก็ไม่รจะไทไรอยู่ดี นี่เพิ่งเก้าโมงครึ่งเองนะ "
"ก็ไม่เป้นไร มาอยู่เป้นเพื่อนหมอกไง "
" เด่วก่อนนะ " หมอกหยุดยืนอยู่ที่บริเวณหน้าบริติช เคาน์ซิล ทำให้ดนน์ต้องหยุด แล้วหันมามองหน้าหมอกด้วยสายตาที่แสดงคำถามว่า หยุดทำไม
" เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงห้างถึงจะเปิด ไปทำไรกันดีอ่ะ "
" ก็แล้วแต่หมอก "
" ต้องตกลงกันก่อนดิ๊ ได้ไม่เดินมั่ว มันเมื่อย "
" ก็ยังไงก้ได้อ่ะ "
" งั้นไปนั่งเล่นข้างล่างนี้ก่อนแล้วกัน "
" อืมๆ เอาสิ "
" ดนน์เอาน้ำไรอ่ะ เด่วเราไปซื้อให้ "
" ไม่ต้องหรอก "
" งั้นเราเลือกให้แล้วกัน " ดนน์ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ให้หมอกอีกแล้ว
" ซื้อน้ำส้มอ่ะ คือ กินได้ใช่มะ เราชอบกิน " ดนน์มองด้วยสายตางงๆ คงเพราะเรายื่นมันตรงหน้าดนน์แค่แก้วเดียว ทนที่จะวางที่โต๊ะทั้งสองแก้ว
" ล้อเล่นหนะ อ่ะ นี่ เรารู้หรอกน่ะว่าดนน์ชอบชาเย็น "
" อ่าๆ ขอบคุณ เท่าไหร่อ่ะ "
" ไม่ต้องอ่ะ "
" ไม่เอาๆ " ดนน์พยายามจะยัดเยียดเงินใส่มือหมอก
" ไว้ให้เลี้ยงอย่างอื่นแล้วกัน เอาที่มันแพงกว่านี้ วันนี้เอาเลี้ยงดนน์ "
" ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากเลี้ยง "
" เชอะๆ " แล้วหมอกก็นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
วันนี้โรงอาหารมีคนไม่มากเท่าตอนช่วงพักเที่ยง แน่นอน นี่เพิ่งเช้าอยู่เลย ไม่ได้มีเด็กๆน้อยงๆที่ต้องมาเรียนพิเศษรอบเช้า แล้วต้องมากินข้าวเช้าที่นี่มากนัก เพราะตอนนี้มันก็เข้าเวลาเรียนแล้ว จะมีก้นิดๆหน่อยๆ เป้นเด้กที่เรียนรอบสาย หรือรอบต่อๆไปแทน
หมอกเห็นดนน์หันไปมองเด็กผู้ชายคนนึงที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากนัด ท่าทางกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือตรงหน้า คิดว่าคงต้องทำแบบฝึกหัดอยู่แน่ๆ เพราะมือขวาจับดินสอได้ถนัดมือ ก้มหนาก้มตาขีดๆ เขียนๆไม่หยุด ...
" ดนน์ว่าคนนั้นทำวิชาไรอยู่อ่ะ "
" เลขมั้ง "
" ทำไมอ่ะ "
" ก็เห็นว่าเขียนตลอดเวลาเลยไง ไม่น่าใช่ไทยสังคม เพราะมันต้องอ่าน "
" อืมม งั้นเราว่าฟิสิกส์อ่ะ " ดนน์มองหน้าหมอกนิดนึงก่อนถามต่อ
" ทำไมอ่ะ "
" ก็ดุที่หนังสือข้างๆที่น้องเปิดดูสิ หนามากอ่ะ คิดว่าต้องเป้นของนีโอแน่ "
" หึๆ "
" ดนน์ไม่ได้เรียนที่นั่นไง แต่เราอ่ะ เคยเห้นของเพื่อนมา เลยเดาแบบนั้น "
" อืมๆๆ "
" เห้นแล้วรู้สึกนึกถึตัวเองปีที่แล้วมะ "
" หึๆ แก่แล้วไง "
" อะไร เรายังเพิ่ง สิดแปดเอง ยังสาวอยู่เลย "
" แต่ก้อยู่มาตั้งสิบแปดปีแล้ว ไม่แก่ได้ไง "
" งั้นดนน์แก่ไปคนเดียวแล้วกัน เรายังเอาะๆอยู่ "
ดนน์ยิ้มแล้วก้มหน้าลงดูดน้ำในแก้ว " ก้แก่เท่ากันแหละหนะ " แล้วจึงถอนหายใจออกมาด้วยความขำ
" เฮ้อ พ้นช่วงเวลาเหนื่อยยากซักทีเนอะ "
" หึๆ ต้องรอผลก่อน "
" มี่แต่เราสิต้องรอ ดนน์ต้องรออะไรอ่ะ ได้ที่เรียนแล้วหนิ "
" แต่ก็ยังอยากรู้คะแนน "
" เด็กเรียนจริงๆพ่อคุณ " ดนน์ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์อีกแล้ว แต่หมอกนั้นรู้สึกไปเองว่า นั่นคือยิ้มที่เอ็นดูมากกว่า เหมือนกับความคิดอ่านของหมอกนั้น ยังดูเด็กตลอดเวลา ไม่ก้น่าชวนหัว ... แต่หมอกก้ชอบยิ้มแบบดนน์ๆนี่แหละ
ดนน์เป้นคนพูดน้อย มากๆ โดยปกติอยู่แล้ว หมอกต้องเป้นคนชวนคนคุยก่อนเช่นเคย ซึ่งก้ไม่มีปัญหาอะไรกับคนช่างเจรจาแบบหมอก
" จะสิบโมงแล้วอ่ะ ไปกันเถอะ.. " หมอกหยับตัวเล็กน้อย ให้เกินความเคลื่อนไหว ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบนไหล่ข้างซ้าย แล้วใช้มือขวามหยิบแก้วน้ำ
" เด่วเราเก้บให้ " ดนน์ซึ่งมีกระเป๋าคล้องพาดจากไหล่ข้างขวาเอียงมาทิ้งน้ำหนักอยู่บนตักข้างซ้ายอยู่แล้ว พูดขึ้น พร้อมๆกับหยิบแก้วน้ำนั่นก่อน แล้วลุกขึ้นเดินนำไปยังโต๊ะที่เก้บภาชนะที่ใช้แล้ว
ดนน์จะให้กระเป๋าสีดาใบโปรดอยู่ติดตัวแบบนี้เสมอ จะลุก จะเดิน จะนั่ง ไม่เคยห่างกายเลย
" ขอบคุณค่ะ สุภาพบุรุษจริ๊งจริง " หมอกลุกตาม
นิยายของสายหมอก ... 10............................
" ถามอะไรหว่า... " มันน่าสงสัยจริงๆ
" ก็.... อืม "
" ถามมาสิ จะถามอะไร "
" ไว้ก่อนละกัน "
" อ้าว ทำไมอ่ะ ตอบได้ทุกคำถามนะ "
" ไม่เอาอ่ะ เด่ววันหลังละกัน "
" หงะ บอกหน่อยน้า อยากรุๆ "
"ไม่เอาอ่ะ "
" งั้นตามใจ " ถ้านี่คือการคุยโทรศัพท์กัน หมอกคงคาดคั้นให้ดนน์ถามให้ได้ไปแล้ว แต่ว่าตอนนี้หมอกเริ่มขี้เกียจพิม แล้วก็ง่วงมากๆด้วย
" ง่วงแล้วอ่ะ ดนน์ ไปนอนกัน "
" ไม่อ่ะ เด่วค่อยไป "
" อ่า งั้นไปก่อนน้า "
" จ้าๆ บ๊ายบาย "
" บาย "
" อ๋อง เราไปแล้วนะ " ก่อนไป หมอกคงไปบอกลากับอีกหน้าต่างนึงก่อนที่จะเข้านอน
" อ่าๆ บ๊ายบาย "
" ไว้วันหลังมาคุยด้วยใหม่น้า "
"อ่าๆ บาย "
หัวหมอกถึงหมอนนานกว่ายี่สิบนาทีแล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้วด้วย แต่หมอกยังไม่หลับเลย ความตั้งใจที่วันนี้จะเข้านอนเร้วๆซักวัน เผื่อจะหายเป้นหมีแพนด้าได้บ้าง
จินตาการของหมอกตอนนี้เหมือนจะได้เดินทางไปไกลเหลือเกิน และมันต้องไม่ได้เดินก้าวต่อก้าวแน่ๆ หากแต่มันกำลังกระโดดไป
ภาพในมโนสำนึกของหมอกขณะที่ดวงตายังหลับพริ้มอยู่นี้ เป็นภาพในความมืดโดยแท้ หมอกรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเอียงคอไปด้านขวาของลำตัว จบใบหน้าสัมผัสกับเบาะพรมนิ่มๆที่นูนขึ้นมารองรับ ทั้งแผ่นหลัง และศีรษะของหมอกไว้ เมื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก็ปรากฏเห้นเป็นภาพด้านข้างของใครบ้างคน หมอกมองนิ่งแล้วนานแล้วยิ้มน้อยๆก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบนในหนาของหมอกเช่นกัน คนๆหันหน้ามาสบตากับหมอก เบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย .... ยิ้มให้กันจนหมอกเองก้รู้สึกได้ว่าต่างคนก้ต่างเขิน แล้วรีบหัวกลับไปสู่หน้าจอใหย่ยักษ์เบื้องหน้า
เวลานี้เสียงเพลงไพเราะ อ่อนโยน คงกำลังบรรเลงอยู่อย่างตื่อเนื่อง หากแต่ ในความรู้สึกของหมอกนั้นมันราวกับว่า ในห้องโถงกว้างใหญ่แต่มืดมิด เห็นเพียงแสงสลัวๆ บ่งบอกอาการเคลื่อนไหวบนจอใหญ่ๆนั่น กลับเงียบสงบ... ท่ามกลางแอร์เย็นเฉียบ รู้สึกได้ถึงไออุ่นๆจากมือข้างซ้ายของคนๆนั้น ที่เวลานี้กระกบแน่นอยู่กับมือข้าวขวาของหมอกเอง ต่างคนต่างหันหนาตรงเข้าสู่จอภาพ
เฮ้อ ... แค่คิดนะเนี่ย อีกตั้งสองวันกว่าจะถึงวันพุธ นิยายของสายหมอก ..9**** แถลงไขเจ้าค่ะ ...
นิยายนี้มันไม่ได้มาจากเรื่องจริงทั้งดุ้นหรอกเจ้าค่ะ แต่เอาเค้าๆมาเล้กๆน้อยๆ นิดๆ หน่อยๆ เนื้อเรื่องอ่ะ แต่ง... ตัวละครนี่ก็นะ เจอใครก้จับมาใส่ในเรื่องหมดเลย หึๆ คอยอ่านดีๆแล้วกันว่าใครจะเป้นใคร ใครจะมาตอนไหน ...555 ( หลอกให้อยากเช่นเคย )
อ๋อง..เปนใคร 555 ทำไมอยากรุกันนัก อ่องคือตัวละครปนๆๆ เอาบุคลิกจากคนโน้นนิด คนนี้หน่อยมาปนกันอ่ะ...แล้วก็ไม่ได้เรียนทันตะดว้ย ..... ปุยฝ้ายคงไม่เจอ แต่ถ้าเจอ คงเจอคณะอื่นอ่าจ้า 555 แล้วถ้าจบเมื่อไหร่แล้..อาจจะบอกคณะที่แท้จริงน้า
......................
" ขอโทดๆ มาละ " ข้อความพร้อมๆกับเสียง ตะดึ่งตื่ง ตึ้ง... ร้องเรียกให้จิตช่างจินตนาการของหมอกกลับเข้ามาสู่ร่างกายอีกครั้ง
" ไม่เปนไรๆ ไม่เห็นต้องขอโทดเลย " หมอกขยับมือทั้งซ้ายและขวาจิ้มกดคีย์บอร์ดตอบไป
" เน็ตไม่ดีอ่ะ "
" เออ รู้แล้ว ดีคงไม่หลุดบ่อยขนาดนี้หรอก 555 " หมอกนึกขำอยู่ในใจ ...
" หึๆ ... "
" นี่ๆ มีอะไรจะให้ดูด้วยแหละ "
" : ) "
" ยิ้มทำไมอ่ะ "
" บอกเร็วสิ อยากรู้ "
" 555 ตื่นเต้นอ่าดิ ... งั้นเด่วไว้ก่อน ไว้เวลาจะออกค่อยบอก "
" หึๆ .... ใจร้ายอ่ะ "
" อ้าว ก็นะ ไม่งั้นจะใช่หมอกหรอ...เอาเหอะ ตื่นเต้นดี "
" ลุ้นอ่ะ "
" งั้นไว้ก่อน ... คุยเรื่องอื่นไปก่อน "
ที่จริงแล้ว " อะไรจะให้ดู " ของหมอกเนี่ย หมอกยังไม่ได้ไปหาเลย ...มันคือ เนื้อเรื่องย่อของหนังที่หมอกอยากดู...แค่นั้นแหละ หมอกแค่คิดไว้ว่าจะหาหน้าเวปที่โปรโมทหนังมาให้ดนน์ลองอ่านดูก่อน เพราะยังไงแล้ว หมอกก็ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม...ที่ต้องการให้หนังที่จะไปดู เป็นหนังที่ทั้งดนน์ และหมอกก็รู้สึกอยากดู และรู้สึกพอใจที่จะดูทั้งคู่ ก็เลยคิดว่า น่าจะลองให้ดนน์ได้อ่านก่อน...ทั้งที่ที่ก้รู้ว่า ไม่ว่ายังไงแล้ว ดนน์ก็จะบอกกับหมอกเหมือนเดิมว่า แล้วแต่หมอกเลย.... ดังนั้น ระหว่างที่คุยเรื่องราวจิปาถะนี้หมอกก็หา " อะไรจะให้ดู " ไปพลาง...
" อ่ะดนน์....www. ......... "
" หึหึ อะไรอ่ะ "
" เด่ว เปิดดูก็รู้เองแหละหนะ "
" ก็มันอยากรู้เร้วๆ เน็ตเราโหลดช้า "
" ช้า ...ก้รอไป 555 "
หมอกเว้นวรรคการคุยไปซักพัก เพราะรู้ว่า เน็ตของดนน์หนะ ช้าจริงๆ
ไฟสีส้มๆ กระพริบมาจากหน้าต่างนึงที่เงียบไปนาน
" ปิดเทอมไม่มีอะไรทำเลยอ่ะ " ข้อความนี้เป้นของอ๋องนั่นเอง ....หมอกรู้สึกแปลกใจเล็กๆ ว่าวันนี้ทำไมอ๋องดูจะคุยเก่งเป็นพิเศษ
" ช่ายๆ "
" เบื่ออ่ะ "
" อ๋องก็หาอะไรทำดิ๊ "
" ก็ไม่มีอะไรทำ "
" อ้าว แล้วทุกวันนี้ทำไรอ่าเนี่ย "
" ก็กิน นอน ออน แค่เนี้ย "
" ออนทุกวันเลยหรอ "
" ใช่แล้ว "
" อึดมากอ่ะ "
" หมอกอ่ะ ทำไรบ้าง " ....อืม วันนี้พูดเก่งผิดปกติจริงๆด้วย
อ๋องเป็นเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกับหมอกตอน ม. 4 แต่ก็ไม่ค่อยจะได้พุโด้คุยกันซักเท่าไร ...จะว่าไปแล้ว ไม่ต้องบอกว่าแทบไม่ได้คุยด้วยเลย น่าจะถูกต้องมากกว่า...มีคุยกันบ้างก็เฉพาะในเอ็มนี่แหละ แต่ก้นานแสนนาน...ถึงจะได้คุยกันซักครั้ง ซึ่งส่วนใหญ๋จะเป้นหมอกเองที่ไปทัก...ไปคุยด้วย แต่ก้ด้วยมีเรื่องจะต้องรบกวน เช่น ใกล้สอบ ไปถามโจทย์ฟิสิกส์ โจทย์เลข ข้อที่ทำไม่ได้บ้าง หรือไปถามแนวข้อสอบที่บ้าง
" ตอนนี้ถักนิตติ้งอ่ะ เพิ่งเริ่มถัก "
" ดีจัง " ....จากคำอุทานเสริมประโยคแบบนี้ หมอกเดาได้เลยว่า ... คงไม่มีอะไรจะคุยต่อกันแล้วแหละ เด่วก็คงเงียบเช้นเดิม... และหมอกเองนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ไม่ได้เปิดประเด็นอื่น เพื่อชวนคุยต่อไปอีก
" ได้ยังดนน์ "
" กำลังอ่านอยู่ "
" เนี่ย เรื่องที่เราบอกไปอ่ะ เราว่าน่าดุดี แต่ถ้าดนน์ไม่ชอบก็มีเรื่องอื่นๆอีกเยอะเลยที่เข้าช่วงนี้ ลองดูละกัน ... " หมอกพิมต่อไปได้ยาวยืดโดยไม่ได้สนใจคนที่จะต้องอ่าน
" อืมๆ แล้วแต่หมอกเลยอ่ะ " เป็นไงหละ ...เป้นอย่างที่หมอกเดาไว้ไม่ผิด ดนน์ต้องตอบกับหมอกแบบนี้แน่
" เราว่ามีหลายเรื่องน่าดูอ่ะ ไว้ค่อยไปดูรอบที่มีหน้าโรงละกันเนอะ "
" ตามใจหมอกเลย "
" แล้วเรานัดกันยังไงดีอ่ะ "
" เช้าๆหนอ่ยละกัน ไม่อยากกลับเย็น " ...ช่างเป็นผู้ชายที่รักนวลสงวนตัวซะจริงๆ แล้วหมอกก็แทบหลุดขำ...เพราะคำพูดนี้ มันน่าจะเป้นหมอก ที่เป้นคนพูดมากกว่าดนน์
"อ่าจ้า รู้แล้ว... "
" หมอกไปกี่โมงอ่ะ "
" ไปเก้าโมงมั้ง จะไปดูหนังสือที่ศูนย์หนังสืออ่ะ แต่ดนนืไปสายหน่อยก็ได้ ได้ไม่ต้องรับตื่น "
ที่หมอกบอกให้ดนน์ไปสายกว่าหมอกนั้น ..ก็เพราะ ดนน์ ชอบเล่นเกมส์อยู่จนดึกดื่น....ถ้าไม่เข้าสู่เวลาของวันใหม่ ไม่มีทางที่ดนน์จะเข้านอน ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยว่าดนน์จะต้องตื่นสาย ( มากแน่ๆ )
" อืม งั้นก็ได้ " กว่าที่ดนน์จะตอบกลับมาได้ก็ใช้เวลาไปนานกว่า 2 นาที สงสัยถ้าคนคุยไม่มาก ก้ต้องแอบไปเล่นเกมส์เป็นแน่ๆ
" อ่าจ้า งั้นก็เจอกันซัก 10 โมงละกัน แล้วเด่วเจอที่ไหนค่อยโทรนัดอีกที "
" เราไปหาหมอกที่ศูนย์หนังสือก้ได้ "
" อืม งั้นก็ได้ "
" เออ คนคุยด้วยเยอะหรอ " หมอกถามไปตามปกติหมอก แม้ในสายตาหมอก มันดูไม่ค่อยมีมารยาทที่จะถาม แต่มหอกคิดว่าหมอกกับดนน์สนิทกันมากพที่จะถามได้มั้ง .....หมอกไม่ชอบคุยกับคนที่มีคนคุยด้วยมากๆแล้ว เพราะคิดว่าเค้าคงไม่มีสมาธิที่จะคุยกับหมอกซักเท่าไหร่
" ก็เยอะอ่ะ 7 คน"
" หูย เยอะอ่ะ แล้วไม่งงหรอเนี่ย "
" แต่ไม่ค่อยได้คุยแล้วอ่ะ ตอนนี้เหลือคุยแค่คนเดียวเองมั้ง "
" ใครอ่ะ " หมอกถามไปเพระเข้าใจว่า
" หมอกไง " ดนน์ทำให้หมอกยิ้มได้อีกแล้ว
" อ่อๆ เออ แล้วจะให้ชวนใครไปเพิ่มมั้ย "
" แล้วแต่หมอกเลย "
" เอ้า ได้ไง "
" : ) "
" งั้นไม่ชวนนะ " ก็บอกเองหนิว่าตามใจหมอก...จริงมั้ย
" ; ) "
" เออ อยู่ดีนานมะ " ดนน์ถามหมอกบ้างคราวนี้
"ทำไมหรอ จะไปเล่นเกมส์อ่าดิ "
" 555 รู้อีกแล้ว "
" ไปเล่นเถอะ เด่วเราคุยกับคนอื่นอีกนิดหน่อยก็ไปแล้ว "
" งั้นเราคุยก่อน "
" ไม่ๆ คุยได้ "
" 555 โม้ละ หลอกกันได้นั ที่บอกว่าคุยได้เนี่ย ..ก็ตอนนี้ก้เล่นเกมอยู่ด้วยใช่มะ "
" 555 ใช่ "
" นะ ... "
" รู้ใจทุกเรื่องจริงๆ "
" ไม่ต้องมาปากหวานเลย .. "
" เออ หมอก เราถามอะไรหมอกอย่างนึงสิ "
" เอาดิ๊ ตอบทุกคำถาม " ...มันจะเป้นคำถามที่หมอกรอคอยรึป่าวน้า.....
April 22 นิยายของสายหมอก...8.............................................
" ดีๆ ไม่ได้ออนตั้งนาน " ...อ๋อง เพื่อนที่มักจะมาทัก และคุยกับหมอกทุกครั้งที่ออนไลน์ ถามขั้นทันที่ที่หน้าต่าง msn ประกฎรายชื่อบุคคลในลิสต์
" สวัสดีอ๋อง ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ "
" อืมๆ สบายดีป่ะ "
" ดีจ้า แล้วอ๋องหละ "
" สบายดีๆ " ....เมื่อหมอกมองเห็นข้อความนี้ ก็เดาได้เลยว่า คงจะไม่มีการสนทนาต่อไปอีกนานนีบชั่วโมงแน่ๆ ต่างคนจะต่างทิ้งหน้าต่างนี้ให้ร้างไป...จะมีคำพูดโต้ตอบกันอีกครั้งก็เมื่อคนใดคนหนึ่งจะเลิกเล่น แล้วไปเข้านอน เป้นปกติตามแบบคนไม่สนิทคุยเอ็มนี้เช่นนี้เสมอ
แต่วันนี้แตกต่างออกไปจากความเคยชิน
" หมอกเลือกคณะยัง "
" ยังอะ รอดูคะแนนก่อน "
" อ่อๆ "
" อ๋องหละ ....ยังเอาทันตะอยู่ป่ะ "
" ใช่ๆ "
" อิอิ ก็อ่องเก่งนี่เนอะ เลือกอะไรก้ได้อยู่แล้วอ่ะ ไม่ต้องรอๆ "
" ก็ไม่แน่เหมือนกัน "
"หงะ แน่อยู่แล้ว เชื่อ "
" ขอให้เป้นอย่างงั้นเถอะ "
" หนะ อย่าได้ห่วงไป "
แล้วความเงียบก็คืบคลานเข้ามาอีกครั้ง .... วันนี้เรามาออนไลน์ตั้งแต่ทุ่มครึ่งได้ ....ดนน์ยังไม่ได้ออน ในลิสตอนนี้ จะมีก้แต่ อ๋อง เนี่ยแหละที่เราคุยด้วย ...แม้ว่าตอนนี้จะมีคนออนไนอยู่ 4-5 คน แต่ก็เป้นคนที่เราแทบจะไม่เคยคุยด้วยเลย....
เราเลยชวนอ๋องคุยไปพลางๆระหว่างที่เราต้องรอดนน์
" ปิดเทอมไปเที่ยวไหนบ้างป่าว "
" เพิ่งไปร้องเกะ โดนโบว์มาเมื่อวานอ่ะ ไปกับกลุ่มพัฟฟ์ " แล้หมอกก็นึกถึงเพื่อนๆในห้องเมื่อครั้งสมัยที่อยังเรียนอยู่ ม. 4 ....หมอกให้คำจำกัดความแก่พวกผู้ชายกลุ่มใหญ่ในห้องว่า เถื่อน .... คือหมอกเรียกตามภาพลักษณ์ที่เธอเห็นภาพนอก....ทั้งทีร่จริงๆแล้ว หมอกก็รู้ว่าเค้าหนะ เป้นคนดีทุกคนแหละ มีน้ำใจกันทุกคน แต่หมอกก็อดกลัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ส่วน อ๋องเนี่ย ก็คือคนๆ เดียวในที่ดูออกจะเรียบร้อย ตามแบบสุภาพชน ในสายตาหมอก
" อ่อ เราไม่ได้ร้องนานมากแล้วอ่ะ อยากไปเหมือนกัน "
" อ่านะ "
" เออ ออนนานยังหรอ " เมื่อเห็นว่าเรื่องนั้นคงคุยต่อด้ไม่ยิด หมอกเลยตัดสินใจเปลี่ยนประเด็นสนทนาไปเรื่อยๆ ตามประสาคนช่วงพูดทั่วๆไป
" เพิ่งมาเนี่ยแหละ "
" แล้วเข้ามาทุกวันเลยมะ "
" ก็เกือบนะ "
" อ่าๆ ... ปิดเทอมไม่มีไรทำเลยเนอะ "
" เนี่ย เด่วเค้ามีไปเที่ยวกัน หมอกไปป่าว " นี่เป้นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่อ๋องชวนคุย...จริงๆคือ อ๋องเป้นผู้ตั้งคำถาม ไม่ใช่ผู้ตอบคำถามอย่างเดียวอ่านะ
" ไปไหนอ่า "
" ไปประจวบมั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าไปหาดไหน "
" อ่อ เด่วดูก่อนน้า จะต้องลองขอแก่อน "
" อ่าฮะ.. "
" อ๋องไปป่ะเนี่ย ...คงไปอ่ะ "
" อ่าจ่า แล้วกำหนดวันรึยัง "
" ยังเลยอ่ะ "
" ถ้ากำหนดได้แล้วก้บอกด้วยละกันนะ "
" ได้ๆ "
แล้วดนน์ก้ออน ...หมอกมองดูนากาตั้งโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างจากคอมพิวเตอร์นัก บัดนี้เวลา สองทุ่มครึ่งแล้ว...ดนน์ยังคงตรงเวลาเหมือนเดิม....วันนี้ที่หมอกต้องรู้ ก็เพราะหมอกมาเร็วเอง... เวลาประจำที่เรานัดกันเพื่อ ออนไลน์พร้อมกัยก็สองทุ่มครึ่งนี่แหละ
" ดีดนน์ "
" ดีๆ " ดนน์ตอบได้รวดเร็วทันใจ
" เน็ตเราห่วยอ่ะ หลุดบ่อย กว่าจะต่อติดก้ยาก " สิ้นสุดประโยคนี้ ก็หลุดจริงๆ ใช้เวลาเกือบ 10 นาที จึงจะออนไลน์ได้อีกครั้ง... ระหว่างที่รอนี้ หมอกไม่ได้คุยกับอ๋องอีก ทิ้งมันเป้นแต่หน้าต่างเงียบๆ ฟังวิทยุออนไลน์ไปเรื่อยๆๆ แล้วก้คิดไปถึงเรื่องเก่า ๆ ตั้งแต่สมัย ม.5 เห็นจะได้ วันนั้นหมอกโทรไปหาดนน์ตอนสามทุ่มครึ่ง...
" ดนน์ หมอกนะ "
" อ่าๆ ออกทำไมอ่ะ ยังคุยไม่ทันจบเลย "
" เน็ตหมดอ่ะดนน์ เด่ววันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ วันหลังค่อยคุยใหม่ก็ได้ "
" งั้นเอาเน็ตเราไปใช้ก็ได้ เด่วเราบอกuser name กับ password ให้ "
" ไม่ต้องหรอก เราเกรงใจ ไว้วันหลังค่อยคุยใหม่ละกัน "
" ไม่ๆ ใช้ของเราก็ได้ "
" ไม่เอาอ่ะ ..แค่คุยเล่นเอง ไว้วันหลัง อืม หรือว่าดนน์มีอะไรจะคุยรึป่าว คุยในนี้ก็ได้ "
" ไม่มีอ่ะ งั้นเด่วเราก้จะออกเหมือนกัน "
" อ้าว ก็เล่นต่อไปสิ ขอโทษนะที่เราไม่เช็คชั่วโมงให้ดีก่อนอ่ะ ไม่รู้จักซื้อมาสำรองไว้"
" ไม่เป้นไรหรอก แล้วเราก็ไม่ออนต่อแล้วแหละ ไม่เอาแล้ว ง่วงๆเหมือนกัน"
" งั้น แค่นี้นะ บ๊ายบายจ๊ะ "
" สวัสดีคับ "
เฮ้อ....ถึงมันจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย มันนานมาแล้ว และอีกอย่างคือ ไม่ได้มีคำพูดหวานๆให้รู้สึจั๊กจี้ใจเล่น ...แต่ความหมายโดยนัยที่หมอกตีความได้...ให้ร้สึกถึงความเอื้ออาทร และความรู้สึกดีๆที่ดนน์มีให้ได้... มันก้ทำให้หมอกยิ้มได้แล้ว
นิยายของสายหมอก ..7 .............................
" อ่าๆ "
" เนี่ย อยากดู perhaps love อ่ะ "
" ตามใจหมอกเลย "
" ไม่ๆ ก้ไปดูด้วยกันอ่ะ ดนน์อยากดูเรื่องไรอ่ะ "
" แล้วแต่หมอกเลย เราดูได้หมด "
" ว่างั้นได้ไง ถ้าไปด้วยกัน เราก็อยากให้เป็นหนังที่อยากดูทั้งคู่อ่ะ ไม่ใช่คนนึงชอบ คนนึงไม่ชอบ " เสียงหมอกเริ่มจริงจังมากขึ้น อาจเป้นเพราะมาความรู้สึกเบื่อเล็กๆมั้ง ที่ดนน์จะให้หมอกเป้นคนตัดสินใจเลือกสิ่งต่างๆเองทั้งหมด ถึงแม้ว่าบางอย่างดนน์ก็ควรจะเลือกเอง หรือออกความคิดเห็นบ้าง ...แต่ก็เอาเหอะ ดนน์ก็เป้นของดนน์แบบนี้ บางครั้งมันก้ทำให้หมอกรู้สึกดีที่มีคนคอยตามใจตลอดเวลา ทั้งๆที่หมอกก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจอยู่แล้วก็ตาม แต่บางครั้งมันก้ทำให้หมอกรู้สึกลำบากใจเหมือนกัน... มันเหมือนกับว่าในความสนิทสนมนั้น ยังมีช่องว่างบางจุดที่ค่อยๆขยายตัวออกไปทุกทีๆ ... ท่ามกลางความสนิทสนมนั้น... กลับมีความรู้สึกห่างเหินอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่า หมอกไม่เคยรู้จักดนน์มาก่อนเลย
" เรายังไงก็ได้ ดูเรื่องที่หมอกอยากดูอ่าแหละ "
" งั้นเด่วค่อยไปดุหน้าโรงกันอีกทีแล้วกัน ว่ามันมีเรื่องไหนน่าดู "
" อย่างงั้นก็ได้...เพื่อหมอก "
" หึๆ ปากหวานอีกแล้ว.... เด่วเวลาคุยกับคนอื่นก้คงบอกว่าเพื่อคนอื่นเหมือนกัน มุกตื้นๆ ชิๆ "
" หึๆ แต่เราพูดแบบนี้กับหมอกคนเดียวนะ "
" ไม่เชื่อหรอก อย่าหลอกเราเล้ย..." หมอกก็ตอบออกไปงั้นๆ ทั้งๆที่จริงๆก็พอใจกับคำพูดที่ได้ยินเป็นอย่างมาก ที่จริงจะว่าไปแล้ว ต้องบอกว่า ดีใจมาก...เพราะมันเกินความคาดหมาย... เป้นน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกๆครั้งที่หมอกเคยได้ฟังมา
" หนะ..... จริงๆนะ เราพูดจริงๆ แล้วไอ้ที่หมอกบอกว่าเราปากหวานอ่ะ เราก้พูดแบบนั้นแต่กับหมอกคนเดียว "
" แหง่วๆ หงะ นี่ยิ่งไม่เชื่อใหญ่เลย "
" ก็เมื่อก่อนเราเคยพูดแบบนี้ที่ไหน มาพูดแบบนี้ก็เพราะหมอกอ่าแหละ "
" อ้าว ทำไมอ่า "
" ก็หมอกชอบพูดแบบนี้กับเราก่อน ตั้งแ ม. 4 แล้ว "
" แล้วไงอ่ะ ....ก็เราปากหวานเป้นปกติ แล้ว ดนน์จะต้องติดเหมือนโรคติดต่อด้วยหรอ "
" ไม่รู้สิ แต่ติดไปแล้ว "
" หืม นี่เราพูดกันถึง ปากหวาน หรือ ปากหมากันเนี่ย เหมือนว่ามันจะเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายเลยอ่ะ "
" 555 ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ งงแล้ว "
" พูดไม่รู้รื่องเลย เชอะๆ "
" เออ....เด่วแม่เรียกกินข้าวแล้วอ่ะดนน์ เด่วคืนนี้ออนเอ็มป่าว "
" ก็ได้อ่ะ ทำไมหรอ "
" อ่อ งั้นเด่วไว้คุยกันในเอ็มนะ "
หมอกรีบตัดบท จบการสนทนานั่นก่อน เพราะรู้ดีว่า ต้องคุยต่อไปได้เรื่อยๆแน่ เรื่องจิปาถะ แค่นิดๆหน่อยๆ แต่ก็คุยกันได้ครึ่งค่อนชั่วโมง... ดังนั้น ไม่อยากให้ยืดยาวยืดเยื้อจนแม่ต้องสงสัย ก็เก็บไว้ไปคุยเล่นกันบนโลกออนไลน์ดีกว่า เพราะเวลาที่หมอกคุยแบบนั้น ไม่มีใครในบ้านมาสนใจ สงสัยแน่นอน
" อ่าจ้า ได้ๆ "
" งั้นแค่นี้ก่อนนะ บ๊ายบายจ้า "
" สวัสดีคับ "
หมอกวางหูโทรศัพท์ลง ด้วยความรู้สึกที่สดชื่น สดใสกว่าเมื่อเช้ามาก....อาจเป็นเพราะวันนี้อากาศไม่ได้ขมุกขมัวเหมือนเมื่อวาน วันนี้ฟ้าเป็นสีฟ้า วันนี้เห้นแสงแดดสีเหลืองทองสาดแสงให้บรรยากาศแจ่มใสโดยทั่วไป หรืออาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันโชคดีวันนึงของหมอก... โชคดีที่ได้กินไอติมสมใจ ....โชคดีที่ใครซักคนโทรมา โชคดีที่รู้ว่าวันพุธที่จะถึงนี้จะได้มีเวลาดีๆอยู่กับคนดีๆหนึ่งวัน
ตอนนี้หมอกดูตัวเองแล้วก็นึกตลกดี แอบขำเล็กๆ กับท่าทางของตัวเองในเวลานี้ ไม่รู้จะไปหยิบกระเป่านิตติ้งมาทำไม ในเมื่อขณะที่คุย ก็จดจ่ออยู่กับเรื่องราว อยู่กับคนที่กำลังคุยด้วย..นิตติ้งในมือก้ไม่ได้ขยับเขยิบแต่อย่างได้ มิหนำซ้ำ ไหล่และคอที่ต้องคอยหนีบโทรศัพท์ขณะที่คุย เพราะมือทั้งสองต้องจับไม้นิตนั้น ตอนนี้ก้มีอาการปวดเมื่อยให้รู้สึกแล้ว ....แต่เอาเหอะ....ยังไงตอนนี้หมอกก็รู้สึกดี และมีความสุขมากขึ้นอีกนิดแล้วนี่นา
April 21 นิยายของสายหมอก 6 - - - - -- -- - -- - - - - - - - - - - - - - --
" สวัสดีค่ะ "
" หมอกหรอ นี่น้าแดงนะ คุณแม่อยู่มั้ย"
" อ่อ ค่ะๆ ซํกครู่นะคะ "
"...แม่ น้าแดงโทรมา "....หมอกวิ่งไปชะโงกหน้าบอกแม่ที่ประตูห้องครัว แล้วรีบกลับมาปิดทีวี และพัดลม เมื่อเห็นว่าแม่เช็ดไม้เช็ดมือ เดินตามมาที่โต๊ะโทรศัพท์แล้ว หมอกก็หยิบกระเป๋าสีแดงที่ใส่อุปกรณ์ถักนิตติ้งบนโต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อไปนั่งถักเล่นที่โต๊ะรับแขก .... เพื่อให้แม่ได้คุยโทรศัพท์ได้สะดวก
หมอกนั่งถักไปได้ซัก 20 นาทีเห้นจะได้ ก็เหลือบสายตาไปเห็นว่าแม่กำลังวางหูโทรศัพท์ลง ... พอวางได้สนิท...
กริ๊ง .......
" ฮาโหล.... " แม่ยกหูขึ้นแล้วพูด หมอกยิ้มให้ พลางนึกในใจ....สงสัยน้าแดงคงยังมีเรื่องเม้าส์ไม่หมดแน่ๆ เลยต้องโทรมาใหม่ ...เฮ้อ...ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ต่างไปจากเด็กเลยเนอะ
" จ่ะ รอซักครู่นะ " .... " หมอก ของหมอกหนะ " ....แม่เอามือปิดที่กระบอกโทรศัพท์ส่วนที่รับเสียง แล้วทำท่าว่าจะกระซิบกับหรอกเบาๆ " ผู้ชาย... "
หมอกยิ้มน้อยๆอย่างเคย ....ขำแม่อยู่เล็กๆ แล้วจึงลุกเดินขึ้นไปรับโทรศัพท์จากมือแม่
" สวัสดีค่ะ "
" อ่า ... " แค่ได้ยินเสียงอุทานเพียงเท่านี้ หมอกก็รู้แล้วว่าเจ้าของเสียงปลายสายนั่น คือใคร
" อ้าว ดนน์หรอ ว่าไงจ๊ะ "
" ก็โทรมาคุยเล่นอ่ะ ว่างป่ะ "
" ว่างๆ เด่วแป๊บนะ " หมอกรีบวางหูโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ รีบวิ่งไปหยิบกระเป๋านิตติ้งนั่นมา เพราะรู้ว่าต้องคุยได้นานแน่ๆ เลยตั้งใจจะคุยไปถักไปด้วย ได้ไม่เสียเวลา.... แล้วจึงนั่งลงกับพื้นกระเบื้องเย็นๆ วางกระเป๋าลงบนตัก หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะมาแนบหูแล้วเอียงคอ พร้อมกับยกไหล่ขึ้นดันให้โทรศัพท์คงชิดอยู่กับหู ให้คงสถาพนิ่งๆได้ เพื่อที่จะใช้มือทั้งสองถักผ้าพันคอสีครีมนี่ต่อไป
" อ่าจ้า ได้ละ "
" หมอกไปทำอะไรหรอ "
" อ่อ ไปเอานิตติ้งมาถักอ่า ได้ไม่เสียเวลาไง "
" อ่านะ "
" หึๆ ว่าไงจ๊ะ " หมอกพูดต่อไป เมื่อสังเกตเห็นแล้วว่าแม่เดินกลับไปทำกับข้าวที่ครัวเหมือนเดิมแล้ว ไม่ได้ซุ่มแอบฟัง..
.
" ก็ไม่มีอะไร "
" ไม่มีอะไรแล้วจะโทรทำไมเนี่ย... ฮะ " หมอกพูดเล่นแบบนี้ทุกครั้ง " อยากคุยกับเราอ่าสิ ฮิๆ "
" หมอกก็รู้ใจเราแบบนี้ทุกที " .... ประโยคนี้ทำให้หมอกยิ้มอย่างอายๆ
" ปากหวานจริ๊งจริง... "
" หึๆ เออ วันพุธนี้เราว่างแหละ "
" อ้าว ..ไม่ติดธุระแล้วหรอ... " หมอกรึกในใจว่า จะย้อนถามทำไมนะ ในเมื่อคำพูดของดนน์เมื่อกี้หมอกก็เข้าใจแล้วว่าเค้าต้องว่างแน่
" ที่หมอกบอกว่า .... "
" อ่อ ไปดูหนังกัน ช่วงนี้หนังดีๆ เข้าเยอะแยะเลย "
" อืมๆ เอาดิๆ "
นิยายของสายหมอก ..5 หมอกเลื่อนสายตาย้อนกลับไปอ่านทุกอย่างที่เขียนตั้งแต่ต้น เหมือนเป็นการตรวจสอบอย่างละเมียดละไม ที่เป็นมากกว่าการพิสูจน์อักษร แต่เหมือนกับจะวัดความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือเหล่านี้ ว่ามันจะทำให้คนอ่านรู้สึกดี มากน้อยเพียงใด
" หมอก... " เสียงพ่อดังแว่วมา ทำให้หมอกต้องละสายตาจากภาพตรงหน้า เพื่อมองหาต้นตอของเสียงนั้น
" ขา หมอกอยู่นี่ " หมอกตะดกนตอบกลับไป เมื่อรู้ว่าเสียงนั้นมาจากทางหน้าบ้าน
" รถไอติมมาแหนะ พ่อเรียกไว้แล้ว รีบมาเร้ว " สิ้นเสียงนั้น หมอกจึงต้องรีบเก็บสัมภาระ หอบมันติดตัว แล้วรีบจ้ำอ้าวไปที่หน้าประตูบ้าน
มองเดินไปที่รถถีบขายไอติม โค้งตัวแล้วชะโงกหน้าไปดูสิ่งที่ถูกบรรจุอยู่ในถึงสเตนเลสทรงกระบอกใบใหญ่นั่น แล้วกระชับอ้อมแขนจนสมุดและกระเป่าดินสออยู่แนบออก ก่อนที่จะเงยหนาขึ้นมายิ้มให้กับคนขาย
" เอาไอติมอย่างเยวถ้วยนึงค่ะ "
" เอาเหมือนเดิมนะ " ลุงคนขายหน้าตาใจดีพูดขึ้น .... อายุอานามของแกคงจะเป้นลุงของหมอกได้ หากแต่ หมอกเรียกลุงว่า ตาใส มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย หมอกเรียกตามแม่ของหมอกนั่นแหละ ถึงอายุจะเป้นแค่ลุง แต่หมอกก็คงเรียก ว่า ตาใส เสมอมา ....ก็แกชื่อใส นี่
หมอกคิดไปขณะที่แกตักจ้วงไอติมใส่ถ้วยอย่างคล่องแคล้วว่า....หมอกเรียก ไอติมตาใส ...ชื่อี้ก็ตลกดีนะ ฟังดูแล้วเหมือนจะบอกว่า กินไอติมแล้วคงตาใส...ตาใส่เหมือนปลาสดๆแน่ ... แล้วหมอกก็อมยิ้มให้กับความคิดติงต๊องๆ ของตัวเอง ก่อนที่จะยื่นมือซ้ายไปรับถ้วยไอติม
" หายไปนานเลยนะคะ ..... "
" หน้าร้อนขายดี เลยขายหมดก่อยนที่จะมาถึงซอยนี้ " แกตอบยิ้มๆ " หน้าร้อนค่อยขายดีหน่อย "
" ก็ของอร่อยก็หมดเร็วเป้นธรรมดานี่คะ ดีใจจังที่วันนี้โชคดีได้ทาน .... เออ เท่าไหร่คะ "
" อ่อ พ่อจ่ายแล้วจ๊ะ "
" ค่ะ ... " แล้วหมอกก็เดินถือด้วยไอติมเข้าบ้านไป
ในใจนึกอยู่ว่า โชคดีจัง .... อยากกินมาตั้งนานแล้ว ....เฮ้อ สงสัยวันนี้คงต้องมีเรืองดีๆอีกแน่เลย ....
ระหว่างที่นั่งดูทีวีไปพร้อมๆกับกินไอติมกะทิที่เพิ่งซื้อมา อั้ม..... เวลานี้ อะไรจะสร้างความสุขได้เท่าความรู้สึกที่ไอติมเย็นๆ ค่อยๆละลายในปากคงไม่มีแล้ว
กริ๊ง...........
" หมอก รับโทรศัพท์ด้วยลูก "
" ค่ะ แม่ " นิยายสายหมอก 4- - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - -- - - - - - - - -- - - -
4 เมษายน 2549
สวัสดีดนน์ที่รัก กว่าที่ดนน์จะได้อ่านบันทึกเล่มนี้ เวลาก็คงล่วงเลยวันที่เราเขียนไปนานมากแล้ว ไม่อยากคาดเดาว่า ดนน์จะได้อ่านมันเมื่อไร จะอ่านระหว่างการเดินทาง หรือว่าอ่านตอนที่ไปถึงที่นั่นแล้ว...แต่เราก้เชื่อแน่ๆว่า ดนน์คงไม่ทิ้งคว้างมัน คงต้องหยิบมันมาอ่านซักวัน
ดนน์คงงงสินะว่าเราจะเขียนทำไม ในเมื่อเด่วนี้การติดต่อสื่อสารออกจะสะดวกสบาย ถ้าคิดถึงก็โทรศัพย์หากันก้ได้ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย หรือถ้าอยากคุยกันทางตัวหนังสือ ก็เล่นเอ็ม ไม่ก้เมลล์หากันก็ได้ หรือเขียนจดหมายอุดหนุนคุณไปรษณีย์...
เราไม่ถามดนน์หรอกว่าดนน์อยากรู้มั้ยว่าเราลงทุนเขียนมันทำไม เพราะเรารู้ว่าดนน์อ่ะ อยากรู้อยู่แล้ว ส่วนดนน์เอง ดนน์ก้คงบอกว่า ไม่จำเป้นต้องถามเราหรอกว่าทำไม เพราะยังไงๆ สุดท้ายเราก็ต้องบอกอยู่แล้ว... แน่นอน เราก็กำลังจะบอกดนน์อยู่นี่ไง
ที่เราเขียน...ก็เพราะ เราอยากเก็บความรู้สึกที่มีอยู่ในเวลานี้ เขียนมันลงไปในกระดาษสมุดเล่มนี้ให้หมด....เอาไว้ให้ดนน์อ่านเล่นๆ เวลาที่คิดถึง หรือไม่คิดถึงแต่แค่ว่างๆ ก็ได้... ถ้าเราโทรคุยกัน มันก็คงเป้นเพียงการพูดคุยถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันของเวลานั้นๆ เท่านั้น แต่เราอยากให้ดนน์รู้ว่า เวลาที่มันผ่านพ้นมาแล้วนี้ .... ( ขณะที่เราเขียนเล่าเรื่องราวเห่านี้อยู่ ) เราเป้นยังไง เราอยากบอก เราอยากคุยอะไรกับดนน์บ้าง เผื่อว่าเราจะไม่กล้า หรือไม่มีโอกาสได้บอกแก่ดนน์ไง....หรือบางที ดนน์อาจจะมาค้นพบเหตุผลของการกระทำหลายๆอย่างของเราในบันทึกเล่มนี้เป็นได้ ....( เราพูดแบบซ่อนเงื่อนอีกแล้ว ... หลอกให้อยากแล้วจากไปเหมือนเคย.... เอาหนะ ก็เราเป็นซะแบบนี้นี่นา อดทนอ่านมันหน่อยละกันนะ ) และที่เราใช้ลายมือหวัดๆ ของเราเขียนเอง ก็เพื่อให้ดนน์รู้สึกว่าเราอยู่ใกล้ๆดนน์เสมอไง ไม่ว่าดนน์จะอยู่ที่ไหน ขอให้บันทึกเล่มนี้เเป็นตัวแทนเรามาคุยกับดนน์ก็แล้วกัน ออกจะเหมือนคนแก่ไปนิด ที่คุยแต่เรื่องอดีตก็เถอะเนอะ 555 ก็แก่กันแล้วนี่นา ไม่เด็กแล้ว
มาฟังเรื่องของเราบ้างดีกว่า สมุดเล่มนี้มันได้ใกล้เคียงกับไดหน่อย
เมื่อวานฝนตกหนักมาก ช่วงนี้เรากำลังเห่อถักนิตติ้งอยู่ เลยถักตลอดเวลาเลยแหละ ถักเรื่อยๆ ขนาดฝนตกหนัก ยังไม่รู้สึกตัวเลย จนฟ้ามืดมาก แสงไม่พอแล้วถึงได้เลิกนั่นแหละ
เพิ่งจะหัดถักได้ 1 วัน ทำตามแบบห่วงนิต แต่ไหงมันออกมาเป้นห่วงเพิร์ลก้ไม่รู้ ตลกดีอ่ะ เลยกลายเป้นว่าเราถึงนิตไม่เป้นอ่ะตอนนี้ แต่ก็คงดันทุรังถักนิต ( ที่เป้นเพิร์ลมันต่อไปเนี่ยแหละ ) ตอนนี้เราถักผ้าพันคอได้ ยาว 20 เซนละ หึๆ โม้ไป ผ้าพันคอสีครีม เราคิดเอาเองว่าถ้ามันเสร็จดนน์คงชอบอ่ะ ถ้าไม่ชอบก็คงต้องจำยอมอ่ะ เพราะเราบอกให้ดนน์เลือกสีแล้ว แต่ดนน์บอกตามใจเรา เราก้เลยต้องตามใจตัวเองจริงๆ ถ้าพูดถึงฝีมือ คงไม่ได้เรื่องแน่ๆอ่ะ ดีอยู่แค่มันเป้นของที่เราตั้งใจจะทำให้ดนน์เท่านั้นเอง เนี่ย เด่วว่าเขียนเสร็จก็จะรีบไปทำต่อแล้ว เด่วจะเสร็จไม่ทันดนน์ไปเชียงใหม่หละแย่เลย ไม่อยากส่งไปรษณีย์ไปให้ 555 อยากไปคล้องคอให้เองอ่ะ ได้ซึ้งๆ เหมือนในนิยาย หุหุ
ตอนนี้คิดถึงดนน์ขึ้นมา แต่ไม่อยากโทรไปคุยแล้ว เพราะว่าช่วงนี้คุยด้วยบ่อยแล้ว คุยแทบทุกวันเลย อีกอย่าง ดนน์คงจะยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวไปเรียนไกลๆบ้านอยู่ด้วย เราก็เลยมาคุยกับดนน์ในนี้แทนไง.... ว่าแต่ ตอนที่ดนน์อ่านอยู่เนี่ย จะนึกออกมั้ยหว่าว่าที่เราบ่นๆไป... ตอนนั้นดนน์ทำอะไรอยู่...เราไม่บอกหรอกนะ เพราะเราไม่รู้ คงต้องนึกเอาเองละกัน
วันนี้เขียนเยอะแล้ว พอแค่นี้ก่อนดีกว่า เมื่อยมือแล้ว เก็บไว้เขียนวันอื่นๆบ้าง ได้มีอ่านหลายๆวันเนอะ
ก่อนที่เราจะไม่เจอ อยากอยู่ใกล้เธอให้นานแสนนาน
ก่อนที่เธอจะต้องไป
( เมื่อเช้าดู MV เพลงนี้อ่ะ เศร้าดี ชอบๆ 555 )
คิดถึงเราบ้างนะ
หมอก นิยายของสายหมอก... 3*** ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่สละเวลามาอ่านให้น้า ขอบคุณจริงๆ ( ทั้งที่เราบังคับอ่านก็เหอะ ) .. เหนมีคนอ่าน ( เพราะถูกบังคับ ) ก็ดีใจ...อิอิ เลยอยากจะต่อมันซะวันนี้เลย
- - - - - - - - - - - - -
เช้าวันใหม่วันนี้ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากวันก่อนๆเลย อาจจะมีต่างบ้าง ก็ตรงที่วันนี้หมอกตื่นสายกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ความงัวเงีย สะลึมสะลือ พลันหายไป เมื่อเธอเห็นว่าเข็มนาฬิกาฝาผนังที่ติดอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเตียงชี้อยู่ที่เลข 12 และเข็มสั้น ชี้อยู่ที่เลข 7 แล้ว
หมอกหลับตานิ่งอยู่เกือบนาที ก่อนที่จะลืมตารับวันใหม่อย่างแท้จริง คล้ายกับการถอยหลังเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ก่อนที่จะต้องก้าวไปข้างหน้า... แต่ทันทีที่ได้สติ....ความนึกคิดก้ยังคงวนเวียนกลับไปยังเรื่องที่ค้างคาอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อคืน.... มันทำให้หมอกดูไม่ร่าเริงเหมือนอย่างเคย
ในช่วงเช้าของเวลาปิดเทอมแบบนี้ ไม่ได้มีอะไรให้หมอกทำมากนัก จะว่าไปแล้ว คนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหมอก และอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกัน เวลาที่รอการประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย.....น่าจะเรียกได้ว่า เป้นพวกว่างงาน ไม่มีอะไรให้ทำ.... มันว่างมากเกินไปจนมีเวลาไปคิดฟุ้งซ่านได้สารพันเรื่อง..
หลังกิจกรรมยามเช้า... นับแต่สายๆไปจนถึงเที่ยง นี่คือ ช่วงเวลาอิสระของหมอกแล้ว จากเดิมที่ดีใจที่มีเวลาว่างเหลือเฟือ...พ้นจากพันธนาการของภาระหน้าที่กับการคร่ำเคร่งอ่านหนังสืออย่างเมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ แต่เวลานี้ มันกลับเป็นความรู้สึกที่มากเกินไป มากเกินพอ.....แผนการที่เคยคิดฝันว่าจะทำโน่นทำนี่ในช่วงปิดเทอมก็ดูจะสูญสลายไป....ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านั่นได้ทำหมดแล้ว...แต่มันกลับเป้นเพราะความเปลี่ยนแปลงที่แปรผันไปตามสถานการณ์..แล้วที่สุดก็เป็นเพียงสิ่งที่ถูกละเลย และหลงลืม....
วันนี้หมอกนึกได้ถึงสิ่งๆหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะทำตั้งแต่ก่อนจะปิดเทอม แล้วจึงตัดสินใจว่าจะเริ่มลงมือเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำเลย หมอกมีสมุดปกแข็งสีเหลืองที่เหลือมาจากโรงเรียน หนึ่งเล่ม หยิบมาพร้อมกับกระเป๋าดินสอสีส้มคู่ใจ แล้วก็รีบเดินไปยังโต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่ที่สวนหน้าบ้าน
หมอกนั่งลงในตำแหน่งที่คุ้นเคย...ที่นั่งประจำที่นั่งตั้งแต่จำความได้....ค่อยๆ เปิดปกกระดาษสมุดที่นำมา พลิกดูหน้ากระดาษที่ขาวสะอาดแผ่นแล้วแผ่นเล่า.... แต่สายตานั้นกลับเหม่อลอย...ไร้จุดหมาย เมื่อจิตใจกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง...จึงกลับมาที่จุดเริ่มต้น ที่หน้ากระดาษแผ่นแรก... จรดปากกาด้ามโปรดลงบนกระดาษนั้น
" บันทึกถึงดนน์ "
|
|
|