w!ul<h[' ']m!ul...'s profile[[| o q e z กับแสงจันทร์...PhotosBlogLists Tools Help

[[| o q e z กับแสงจันทร์|]]

อยากให้คิดถึงกัน..ในวันหนาวๆ
December 31

สวัสดีปีเก่า

สวัสดีปีเก่า...
เรามีเวลาเพื่ออำลาเจ้าอีกไม่นานแล้วสินะ
ตอนที่พิมอยู่นี้  จะหนึ่งทุ่มแล้ว....  อีก ห้าชั่วโมง  ก็จะไม่ใช่ปีเก่า
 
(  ตอนนี้ดูข่าว  กทม  มีเหตุระเบิด  .....  มีคนบาดเจ็บ   ไม่ดีเลย  )
 
วันนี้เราคงพร่ำได้ในบลอคนี้อย่างเต็มที่...  เพราะไม่มีใครอ่านแน่ๆ   ( แอบหัวเราะแบบเสียสติ )
ว่างๆ  อยู่คนเดียว     ดีจริงๆ
 
 
จำได้ว่า  เมื่อปีที่แล้วก็  ดหวงเหวงอยุ่อย่างงี้....
จำได้ด้วยว่า  ปีที่แล้ว  แม่ไม่สบาย   ต้องดูแลแม่ตลอดคืนเลย
 
มาปีนี้  มิงค์เองเนี่ยแหละ  ที่ไม่สบายเอง 
ปีนี้  ไมเกรนเพิ่งมาสำแดงแสนยานุภาพอย่างยิ่งใหญ่...
หลังการสอบกลางภาคครั้งนี้   เล่นเอาเราป่วยยืดเยื้อต่อได้อีกหนึ่งวัน
แต่พอได้พักอย่างจริงจริง.... มันก็ดีขึ้นแล้ว
 
ตอนกลางวันวันนี้มันว่างซะจนเหงา....
พรุ่งนี้มีกิจกรรมทำแน่นเอี๊ยด... พูดง่ายๆก็ได้ว่า  ปีหน้านี้  เรามีกิจกรรมทำไม่เว้นวัน
ตารางเวลาตอนนี้...  มีการระบุภารกิจไว้ล่วงหน้าเกือบหนึ่งเดือน...
 
ถ้าคิดในแง่นี้  เราก็น่าจะดีใจนะ  ที่...วันสิ้นปี  วันนี้  เรามีเวลาว่างมาก  ขนาดที่นั่งโหลดเพลงเถื่อนได้ทั้งวัน
 
แต่พอมันว่างแล้ว  มันก็ชวนให้เราหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ในอดีตได้
มันเป็นเรื่องธรรมดาของเราอยู่แล้ว   เราชอบถอยหลัง....เดินหน้าเสมอ
 
ชั่วเวลาแรกที่มองเห็นความสนุกสนานครึกครื้นของคนอื่น 
เราบอกตัวเองได้ว่า ....  เราเหงาอีกแล้ว
 
ปีนี้  เป็นปีเหงาๆ  อีกหนึ่งปี
 
แต่ถึงเราจะเหงา  เราก็ยังโชคดีอยู่บ้าง  ที่เรามีคนให้เราคิดถึงอยู่ทุกที
เมื่อกี้เพิ่งอ่านเมลล์ในทำนองนี้มาด้วย
ถึงได้บอกว่า   อย่างน้อย...  เราก็เคยตกหลุมรัก  และรักอย่างจริงจัง
อยู่อย่างเหงาๆ  แบบมีคนให้รักก็ดีแล้ว
 
เนอะๆๆ
 
 
เมื่อปีที่แล้ว  ปีใหม่เราได้ร้องไห้ด้วย  เราจำได้
แต่ปีนี้..คงไม่ต้องร้อง   ไม่มีอะไรให้ร้อง
 
ปีที่แล้ว  ปีใหม่  คุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ต่างๆมากมาย
แต่ปีนี้...เรากลับเรียบเฉย   หรือว่าเฉยเมยเองก็ไม่แน่ใจ
 
 แต่เอาเถอะ  ไม่ต้องร้องไห้รับปีใหม่ก็ดีแล้ว
เฮ้อ...  พิมไม่ค่อยสนุกแล้ว  ไปเขียนไดอ่ารี่ดีกว่า
 
ขอโทด  ที่จบดื้อๆๆ พอดีรู้สึกตัวได้ว่า  มันเริ่มเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยควรเปิดเผยในที่สาธารณะเท่าไร
เอาหละ  ไปดีกว่า
 
 
สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะ   บลอคที่รัก
December 10

นานแล้วนะ

สวัสดี... 
คนที่ผ่านเข้ามาอ่านทุกๆคน...
 
อืม  ....   นานแล้วนะ
ใช่แล้ว  นานมากแล้วที่แทบไม่ได้แตะต้องบล็อคนี้เลย
นานจนลืม  แล้วกลับมานึกขึ้นได้อีกครั้ง
จะว่าไปแล้วไม่ใช่นึกขึ้นได้หรอก  แต่แค่อยากจะเขียนอะไรบ้าง
อยากหยิบจับโน่นนี่มาเล่า ... แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเล่าให้ใครฟัง
เขียนไดอารี่หละ....  ทำไมไม่ทำ
อืม  ก็ทำอยู่ แต่ก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาซะเฉยๆ  เพราะว่า จับดินสอเขียนมากๆเข้า 
มันก็ทำให้เราเจ็บมือ ... จริงมะ
 
 
ถ้าต่อไปเรายังเขียนได้อย่างละเอียดขนาดนี้...
สงสัยว่าบลอคครั้งนี้จะยาวได้สุดๆๆไปเลย  (  สุดๆไปเลย....คำพูดติดปากของปุยฝ้าย ..ที่เราคุ้นชินแล้วในเวลานี้ )
 
เราจะเล่าเรื่องอะไรดีหละ
คนอ่านไม่ได้มีมากมาย หรืออาจจะไม่มีเลย
จะพิมอารัยก้คงไม่ก่อปัญหามากนัก
 
 
เขียนเรื่องนามธรมมตามประสาเราดีก่า ...
ไม่ได้เขียนอะไรให้คนอ่าน..  ไม่รู้เรื่องมากนานแล้ว
 
ที่บอกแบบนั้น  ไม่ใช่ว่าฝีมือพัฒนาขึ้นหรอกนะ
แต่ว่า...ไม่ได้เขียนอะไรเลยตะหาก
มันเลยเป็นแบบนั้น
 
 
ตอนนี้เราถือศีลแปด...
เค้าว่าศีลทำให้คนบริสุทธิ์ขึ้น..จริงหรือไม่
เราว่าคงใช่แหละ
จากข้อห้ามมากมาย  ช่วยตัดโอกาสทำเรื่องไม่ดีๆต่างๆไป  ใช่มะ
แค่ห้าวันกับศีลแปด...แปดข้อห้ามเล็กๆที่เราไม่ได้คิดว่าทำให้เราลำบากอะไรนักหนา
ช่วยทำให้เรารู้สึกเหมือนเรา อยู่บนบันไดที่สูงกว่าคนอื่นอีกหนึ่งขั้น
ไม่ใช่เพราะว่า  เดินไปไกลกว่า
แต่เหมือนยืนอยู่ในตำแหน่งที่ทรงตัวได้ยากกว่า
ทำให้ต้องสงบนิ่ง  และทรงตัว.... มากกว่าคนอื่นๆ
 
จนเหมือนกับตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ครุ่นคิดกับตัวเองมากขึ้นไปโดยปริยาย
แต่ในทางทรงข้าม
เรากลับมีความคิดเห้นที่ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับคนอื่นไป
 
อย่างเรื่องบางเรื่อง
ที่เราคิดว่าสิ่งที่เราทำ  คือการปกป้องบุคคลอันเป้นที่รักของเราอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
มันกลับคือการทำร้ายเค้าในสายตาคนอื่น
 
เราคิดว่านั่นเป้นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราเลือกทำอย่างรอบคอบแล้ว
แต่มันก็...เป้นเรื่องอันไม่สมควร
 
เป็นเรื่องที่เราว่าเข้าใจลำบากนะ
เหมือนมีเส้นบางๆๆ ขีดขั้นเหมือนกรณีอื่นๆไปซะแล้ว
 
เราเริ่มมีคำถามบางอย่าง  ที่ไม่น่าถาม...
เรากำลังปกป้อง...  หรือ  เราปกปิด...
เอาเถอะ ...
เราคงไม่ต้องค้นหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว
เพราะถ้าสิ่งที่เราได้ทำไป..
ทำให้คนรอบข้าง  อันเป้นที่รักของเราต้องรู้สึกเดือดร้อนหรือลำบากใจ
เราก็คือผุ้ที่กระทำการอันไม่สมควรนั่นเอง
 
อาจเพราะเหตุการณ์นี้
ทำให้เราเข้าใจคิดว่า  อภัย.... มากขึ้นจนซาบซึ้ง
 
เราอาจเคยประเมินคุณค่าของ  อภัย  ต่างไป
แต่วันนี้  ...    เราคิดว่ามันยิ่งใหญ่....  กว่าสิ่งทั้งปอง
 
.....  มันอาจจะใหญ่กว่า  รัก  ที่เราเทิดทูนเหลือเกิน...
 
อภัย.... ดูจะไม่มีเงื่อนไขใดๆ  ให้เราเลือกปฏิบัติ
 
ขอเพียงแต่  ใจ  และจิตใต้สำนึกประสงค์...
เราก็คงให้อภัยแก่ใคร....ก็ได้
 
 
ขอบคุณนะ  สำหรับ...อภัย....  ที่มอบให้เรา
 
 
August 23

ประกาศ..นิยาย ..กับสายหมอก

สวัสดีๆเพื่อนๆที่รักของเราทุกคน...
 
 
นานแล้วที่เราไม่ได้อัพบลอค ...
หลายๆคนคงลืมไปแล้วว่าเราเคยทำบอลคกะเค้าด้วย
 
 
วันนี้เราไม่ได้มาส่งนิยาย...ตามจุดประสงค์เดิมของเรา
 
เพียงแต่เราจะมาบอกเพื่อนๆ ของเราว่า  ..
เราแต่งนิยายสายหมอกแล้วนะ...แต่ต่อ  และจะแต่ให้จบ
แต่จะใช้วิธีส่งเป็นตอนๆ  ให้เพื่อนๆอ่านกัน
ดังนั้น  ถ้าใครยังไม่เบื่อนิยายของเรา..
 
ก็ช่วยติดต่อมาด้วยนะจ๊ะ...
 
แล้วสายหมอก....จากไปเยือนถึงหน้าบ้านคุณ
 
 
ขอขอบคุณในกำลังใจและความสนับสนุนจากทุกคน..
 
 
มิ้งค์
 
 
May 05

นิยายของสายหมอก ... สิบแปด

..................
 
     "  อะไร "  ดนน์เองก็สะดุ้งอยู่เหมือนกัน 
 
    หมอกมองดนน์แบบ งงๆ  ...ดนน์ตกใจอะไร ??? วะ   ซึ่งหน้าตาของหมอกตอนนี้ก็บอกได้ถึงอาการ  เอ๋อหรออยู่ไม่น้อย  ตาค้าง.... มองงงๆ  
 
     "  ก็....  " ......  " เอิ่ม....... " 
    
     " หืม..... " หมอกจ้องหน้าดนน์  " ดนน์ตกใจอะไรอ่ะ "
     "  แล้วหมอกตกใจอะไร "  ดนน์ยียวนอีกแล้ว
     "  เรารู้สึกมีอะไรโดนไหลเราอ่ะ "
     " รู้สึกด้วย ?? "
     "  หมายความว่าไง "
     "  ก็เออ.... "   ตอนนี้ดนน์เปลี่ยนอริยาบทจากการเดินแกว่งแขวน..เหวี่ยงมือแบบสบายๆ  เป้นการประสานมืออยู่ด้านหลัง .... ท่าทางเดินแบบนี้ดนน์ทำไม่บ่อยนัก
     "  มีแมลงเกาะหลังหมอกอ่ะ "  ดนน์ตอบ
     " แล้วตกใจทำไม "
     "  ก็จะปัดให้ ... "
     "  แล้วไงอ่ะ ??? "  ..หมอกเดาออกแล้วแหละ  แต่ขอแกล้งโง่หน่อย
     " ก้กำลังจะปัดให้ ... "
     "  แต่เราร้องขึ้นมาก่อนใช่มะ  แสดงว่าความรู้สึกเราเร็วกว่า 555  "
     "  อืม   ช่าย......  "
     " ขอบคุณนะ  ...  "  หมอกยิ้มให้
      "  มิเปนราย....  "
 
     ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆ   ผ่านพระบรมรูปรัชกาลที่ห้า   หยุดยืนไหว้อย่างเช่นตลอดระยะเวลาสามปีก่อนหน้านี้ที่ได้ปฏิบัติเป็นกิจวัตร ....  แล้วก็หันหลังกลับมาไหว้พระปริวัติเทพ
 
     เมื่อเดินมาถึงทางแยกบริเวณหน้าตึกหนึ่ง .....  หมอกหยุดอยู่ครู่นึง
     "  เนี่ย....ถ้าวันนี้เป้นวันศุกร์นะดนน์   เราต้องเห็น  อ. เผด็จขับมอร์เตอร์ไซมาหยุดคุยกับยาม  ตรงนั้น...ตอนประมาณหกโมงสิบห้า  "  
     แล้วชี้มือไปทางรถเลื่อนที่ติดป้ายจราจรบอกว่า   " ห้ามผ่าน "  แถวๆ ศาลา 
   
     " อ่านะ   เราไม่เคยเห็น "
     " ก็มาโรงเรียนสายจะเป็นได้ไง .... สู้เราไม่ได้มาเช้าทู้ก......วัน "
     " มาเปิดโรงเรียน "
      " ใช่   เช้ามาอ่ะ  มาบางวัน... ตึกยังไม่เปิดเลย "
     " อ่านะ "
      " เออ แล้วเราจะไปไหนกันต่อเนี่ย ...เดินไปเรื่อยๆ ??? "
      " ไม่เอาอ่ะ   เมื่อยละ "
      " แล้วจะไปไหนหละ "
      " ตามใจหมอก "
      " อีกละ   เบื่อนะเนี่ย...อืม  ไปสระบัวละกัน "
      " อืมๆ .. " แล้วดนน์ก็เริ่มเดิน
 
      หมอกนึกๆคิดๆ......
 
     ที่จริง  หมอกก็สนิทกับดนน์มานานละ   ...รุ้จักกันมา  3  ปี   แต่ว่าเริ่มสนิทจริงๆก็ ม. 4 เทอม 2   แล้วก็เรื่อยๆมาจนถึงวันนี้   ตลอดเวลาที่นี่....  หมอกไม่เคยมานั่งเล่นสระบัวกับดนน์เลย     ก็ไม่แปลกหรอกเนอะ ... เพราะคนส่วนใหญ่เค้ามาให้อาหารน้องปลา  น้องเต๋า  มานั่งเล่นกัน  อ่านหนังสือ   ทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ๆ   มาเรียนนอกห้อง  หรือแม้แต่มาซ้อมละคร    ...      แต่ถ้าเป็นมากันแค่ 2 คน...มากันเป็นคุ่  มานั่งคุยกัน  โดยเฉพาะหญิงกับชาย... หึๆ  มันเหมือนจะเป็นภาพที่ใครๆเห็นก้ต้องรู้ว่า  สองคนนั่น ...ไม่ใช่เพื่อนกันแน่ๆ    แล้วอย่างงี้หมอกจะได้มากับดนน์ได้ไง
 
 
     

นิยายของสายหมอก... สิบเจ็ด

         " ไปโรงเรียนมั้ย "
        "ฮะ "  หมองงกับคำชวนที่ได้ยิน...  ความสงสัยในเจตนาของผู้ถามทำให้คิ้วของหมอกเริ่มขมวดกัน แล้วถามกลับไปในทันที  "  ทำไมอ่ะ "
         " ไปเถอะหนะ "
         " ไปทำไมหละ  บอกก่อนดิ  "
         "  ก็ไปโรงเรียน "
         " มันตรงคำถามมั้ยเนี่ย  เมาข้าวขาหมูหรอ "
         " ไปเถอะหนะ  เดี๋ยวก็รู้เอง "    
         "  แอะๆๆ แสดงว่ามีพิเศษ "
          "  ไม่มีอะไร   แค่อยากไปนั่งเล่นอ่ะ "
          " คิดถึงโรงเรียนอ่าหรอ "....หมอกรู้สึกขำในใจ...ดนน์ไม่เคยทำเซอร์ไพรส์หมอกได้เลยซักครั้งเดียว...เพราะหมอกก็คงหลอกถามจนดนน์ต้องพูดซะก่อนทุกครั้งไป
         " นิดหน่อยๆ "
         " รู้สึกเหมือนจะจากบ้านไกลอ่าสิ  เลยอยากไปเก็บภาพแห่งความทรงจำเอาไว้ "
         " หึๆ นะ "
         " จะบอกว่ารู้ทันอีกแล้วใช่มั้ยหละ   เรารู้ละ  ไม่ต้องพูด "
         ดนน์ทำหน้ากวนประสาทโดนเหล่ตาดำให้มาอยู่ที่หางตา...เหลือบมันมองมาที่หมอกแล้วยิ้มที่มุมปาก....กวนประสาทจริงๆ
 
         ครืดๆ   ....
         " ของเราอ่ะ  ตั้งสั่นไว้ "  หมอกพูดพร้อมกับใช้มือขวาควานหาโทรศัพท์มือถือ    แต่กระเป๋าที่แสนรกของหมอทำให้หมอกใช้เวลาเกือบครึ่งนาทีในการแสวงหา
         " หาเจอป่ะ   ต้องช่วยมั้ย "
         "  อ่ะ  เจอละ  ...อืม  แม่อ่ะ "
 
         "  หมอกกลับเย็นมั้ย   กลับกี่โมง "  เสียงผู้หญฺงตัวเล้กใจดีดังขึ้นทันทีเมื่อกดปุ่มรับสาย
         " เด่วนะคะแม่  ถามเพื่อนแป๊บนึง "  หมอกยกมือซ้ายมาปิดส่วนที่รับเสียงเพื่อไม่ให้ปลายทางได้ยินเสียงสนทนาที่หมอกจะต้องคุยกับเพื่อน....คนนั้น
 
 
           " กลับกี่โมงอ่ะ "  หมอกพูดเบาจนเหมือนกระซิบ  
           " แล้วแต่ "
           " กี่โมง "  หมอกเริ่มมองดนน์แบบมีอารมณ์นิดๆ เป็นท่าทางที่กึ่งบังคับให้ดนน์ตอบคำถามนั้น    แล้วขวาดคิ้วเล็กๆ  เป็นการเร่งรบเร้า   แต่ดนน์ก้ยังคงมองหน้าแบบเด็กไม่ประสาเช่นเดิม
           หมอกยกนาฬิกาที่ข้อมือขวาขึ้นดู.... ตอนนี้เกือบบ่ายสองแล้ว
 
           " สี่โมงครึ่งค่ะแม่   ...  มีอะไรรึป่าวคะ "
           "  อ๋อ   เด่วแม่มีธุระต้องไปทำแถวนั้น  แม่ไปรับหมอกนะ "
           " ค่ะ   มารับที่โรงเรียนนะคะ  "
           " อ้าว  ไม่ได้ไปเที่ยวหรอ "
           "  มานั่งเล่นกันที่โรงเรียนอ่าค่ะ "
           " งั้นแม่ไปรับที่โรงเรียนเลยละกัน "
           "  ก่อนมาถึงโทรหาก่อนนะคะ "
           " ประมาณ  เกือบห้าโมงนะ   รอหน่อย   ที่โรงเรียนเค้าให้จอดมั้ย "
           "  เย็นแล้วน่าจะได้นะคะ  ปิดเทอมอยู่ด้วย    อีก 5 นาทีถึงแม่โทรมานะ "
           " อ่าๆ  แล้วหมอกไม่ต้องรับนะ "
           " ค่ะ  สวัสดีค่ะแม่ "
             ............  ตึ๊ด 
 
            " เออ.... "   ดนน์ลากเสียงยาวกว่าทุกครั้ง
            " มีอะไรหรอ  อยู่ไม่ถึงใช่มะ "
            " อืมใช่   คิดว่าจะกลับตอนบ่ายสามอ่ะ "
            "  ก็ไม่เปนไร   เด่วเราเดินเล่นได้  "
            " แต่ต้องรอนาน  "
            "  ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง    เดินเล่นไปเรื่อยๆ  เดี๋ยวพอดนน์กลับ  เราไปเดินพารากอนก็ได้  แล้วค่อยโทรไปบอกแม่ให้ไปรับแถวนั้น   "
            " หึๆ  รู้สึกผิด  เราน่าจะบอกก่อน  "
            " ก็นะ  ไม่เป็นไรหรอก  เดี๋ยวค่อยโทรบอกแม่ก็ได้ "
            " รู้สึกผิดจริงๆนะเนี่ย "
            "  ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร   รีบเดินเถอะ  เราร้อน "
            การสาวเท้าเก้าเร็วๆ...ทำให้การสนทนาหยุดไประยะหนึ่ง
 
            เมื่อถึงร่มไม้หน้าโรงเรียน   หมอกเริ่มเดินช้าลงเรื่อยๆ  จนเริ่มเอื่อยอย่างชัดเจน...แล้วเริ่มพูดขึ้นใหม่อีกครั้ง
            "  ดนน์ "
            " ฮะ "  ดนน์หนัมามอง   เมื่อรู้สึกได้ว่าเสียงที่ร้องเรียกนั้นไม่ได้ดังแว่วมาจากด้านข้าง  แต่มาจากด้านหลัง   มันทำให้ดนน์หยุดยืนรอหมอกอยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้หมอกเดินตามมาถึงระยะการกระจัดที่น้อยลง....  แล้วจึงก้าวเท้าช้าๆ    เป็นอัตราเร็วเดียวกับหมอก.... มันช้ามาก    ....  ทั้งสองเริ่มเดินเล่นกันตั้งแต่หน้าโรงเรียน
 
             "ทำไมวันนี้รีบกลับอ่ะ "
             "  แถบบ้านรถติดมากอ่ะ   วันนั้นถึงบ้านเกือบสองทุ่ม "
             "  ฮะ.... วันที่รับ รบ.  อ่าหรอ "
             "  อืม ช่าย  ....  "
             " ติดขนาดนั้นเชียว  "
             " ติดมากอ่ะ "
             " โหยๆ  แล้ววันนั้นเราแยกย้ายกันกี่โมงนะ  "
             "  สี่โมงครึ่ง  เกือบ  ห้าโมงมั้ง  "
             " แล้ววันนี้จะถึงบ้านกี่โมงอ่ะ "
             " ไม่แน่ใจ  อาจจะ  สี่โมงเย็น  ไม่ก็ห้าโมง  ไม่ก็หกโมง  "
             " ตอบงี้ไม่ต้องตอบก็ได้ "
 
             " อุ๊ย....  "
 
          
        
         
 
          
      
          
 
May 02

นิยายของสายหมอก สิบ ..อะไรวะ

................................................................................................................................................................................
       
      "  สนุกดีเนอะ  "  บีมเอ่ยเป็นประโยคแรกเมื่อเท้าก้าวออกสู่แสงสว่างภายนอก
           "  ช่าย  เพลงเพราะด้วย "  หมอกหันไปตอบ
 "  ดนน์อ่ะ  "   บีมหันไปทางดนน์   พร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย  อันเป็นสัญลัญษณ์ที่ตอกย้ำเจตนาที่จะถามของผู้พูด
 "  ก็ดี "
 "  อ่านะ  ไม่ว่าอะไรดนน์ก็ว่าดีทั้งนั้นแหละ  จริงมะ "  หมอกเย้า
 " หึๆ  ไม่รู้สึก "   ...ประโยคประจำตัวของดนน์เค้าเลย
 บีมยกข้อมือขวาขึ้น  ใช้มือซ้ายขยับนาฬิกาทรงกำไลสีชมพูให้เข้าที่เข้าทาง...
 "  เออ  จะบ่ายโมงแล้วอ่ะ  เดี๋ยวเราไปหาน้องก่อนนะ "
 " อ่าจ้า "  หมอกตอบไปพร้อมกับยิ้มละไม
 " แล้วเดี๋ยวไปไหนกันต่อป่าวเนี่ย "  บีมยังคงถามต่อ
 "  ไม่รู้เหมือนกันอ่ะบีม  555 ไม่มีที่ไป "
 " เที่ยวกันต่อ 2-2 หรอ "
 "  ไม่รู้อ่า  อาจจะกลับเลยก็ได้ "  ดนน์ชิงตอบซะก่อน... มันทำให้หมอกต้องหันไปมองหน้าดนน์ด้วยความงุนงงอยู่ไม่น้อย...  และแววตาที่
หมอกมองดนน์นั้น   แม้ว่ามันจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ  แต่ในส่วนลึกๆแล้ว  หมอกก็คงมีความรู้สึกน้อยใจอยู่มากทีเดียว
 เมื่อได้สติอีกครั้ง  หมอกหันไปยิ้มให้บีม
 "  งั้นเราไปก่อนนะ  ถ้าไปเที่ยวต่อกัน ก็เที่ยวให้สนุกน้า    เที่ยวเผื่อเราด้วย "  บีมพูดตอบ
 " อ่าจ้า "
 " บ๊ายบายจ้า "  บีมยกมือทั้งสองขึ้นโบก ...  ซึ่งเข้ากับบุคคลิกที่ดูอ่อนวัยของเธอจริงๆ  ดูน่ารัก  สดใส
 " บายๆ "  ดนน์พูดด้วยท่าทางเรียบเฉยเช่นเคย  แต่แววตานั้นก็แฝงความอ่อนโยนในแบบดนน์ไว้
 " โชคดีน้า ....  " 
 " ดนน์จะกลับเลยรึเปล่า "
 " ยังอ่ะ  หิวแล้ว "
 " ไปหาอะไรกินกันก่อนมั้ยแล้วค่อยกลับ "
 "  อืม...เอาดิ "
 " แล้วกินเสร็จแล้วจะกลับเลยหรอ "
 " ไม่รู้ "
 "  อ้าว ...ได้ไง  "
 " เอาเหอะ  หิวข้าวแล้ว "  ....แล้วดนน์ก็จับที่ข้อมือของหมอก  กึ่งจูงกึ่งลาก  มุ่งตรงไปยังศูนย์อาหาร
 " ดนน์กินข้าวขาหมูอีกละ "
 " ก็ชอบกิน "
 " นะ  .... แต่ยังไม่ได้บอกเลยว่า  ทำไมรีบกลับ   ไหนว่าวันนี้ว่าง  "
 " ใครบอกรีบกลับ "
 "  ก็ดนน์ไง.. "
 " เราไม่ได้พูดซะหน่อย "
 " ก็เมื่อกี๊คุยกะบีม  ที่บีมถามว่า ดูหนังเสร็จแล้วไปไหนต่อ  แล้วดนน์ก็บอกว่า  อาจจะกลับบ้านอ่ะ "
 " แต่เราไม่ได้บอกหมอกหนิ "
 " หงะ   เคืองนะเนี่ย ... "
 " อ่าง้อๆๆ  .... กินเถอะ  เราขี้เกียจคุยแล้ว "  ดนน์ยิ้มอย่างเข้าเล่ห์  แล้วก็ก้มหน้าก้มตากิน...แทบจะไม่ได้สนใจหมอกอีก
 " ไม่ต้องรีบหรอก   เด่วก็ติดคอตาย "  หมอกอมยิ้ม  แล้วก็คว้ากระเป๋าสตางค์  และค่อยๆ  ขยับออกจากเก้าอี้ที่นั่ง
 " ไปไหนอ่ะ "  ....ดนน์ก็ยังพอจะสนใจหมอกอยู่บ้างเหมือนกันนะเนี่ย
 " ไปซื้อน้ำสิ.... เอาน้ำอะไรอ่ะ "
 " น้ำเปล่าละกัน "
April 24

นิยายสายหมอก ...สิบห้า

........................................................................................................................................................
 
       หมอกรู้สึกตกใจอีกครั้ง... เมื่อดนน์ใช้มือข้างขวาของดนน์จับที่ข้อมือข้างขวาของหมอก...แล้วยกขึ้นมาวางบนที่สางแขนด้านขวาเจ้าปัญหา  แต่เวลานี้พื้นที่ทั้งหมดของที่เท้าแขน  ถูกหารสองถามแนวยาว   มันเหลือแค่ครึ่งเดียว   อีกครึ่งนึงมีแขนดนน์วางอยู่    ดนน์ค่อยๆวางแขนของหมอกข้างๆแขนข้างซ้ายของดนน์เอง
         " ฮืม..... "  นั่นทำให้หมอกต้องหันไปมองหน้าดนน์    ดนน์ขยับตัวนิดหนอ่ยเพื่อให้เค้าเองนั่งสบายขึ้น
         "  ก็วางด้วยกันเนี่ยแหละ  "
         หมอกยิ้มให้ดนน์  แล้วก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายขึ้นเช่นกัน  เพราะสำหรับหมอกเองนั่น  การนั่งแบบนี้  อาจจะลำบากกว่าการที่จะเอามือวางสบายๆบนตักซะอีก ...... แต่ก็เถอะนะ
         หมอกรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอุ่นนิดๆ  จากผิวเนื้อที่สัมผัสกับแขนของดนน์    โชคดีที่สำหรับหมอกนั้น  ....อากาศในโรงหนังนี้เย็นมาก  หรือเย็นจนค่อนไปทางหนาว   จะไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร  แค่มีความรู้สึกจักจี้เล็กๆ  เวลาใครคนใดคนหนึ่งขยับตัว    เพราะถ้าไปนั่งแบบนี้  ในอากาศข้างนอกที่อาจจร้อนเกือบสี่สิบองศานั้น  เหงื่อคงจะชุ่มแขนแน่ๆ
         หมอกหันไปมองที่บีม   ...คราวนี้บีมหันมามองหมอก  ยิ้ม... และกันกลับไปอย่างเร็ว  เพราะดูจะต้องใจกับหนังที่ดูมาก ...นั่ทำให้หมอกโล่งใจส่วนหนึ่งว่า  บีมคงจะไม่สนใจอะไรกับความเคลื่อนไหวเล็กๆเมื่อซักครู่นี้แน่ๆ   หมอก  จึงขอเวลาที่เหลือดูหนังอย่างตั้งใจเช่นบีมบ้าง
        มาถึงตอนเศร้าของหนัง....  ซีนอารมณ์ที่กระชากหัวใจให้อ่อนไหวไปตามเนื้อเรื่อง  เฮ้อ...รักสามเศร้า  ดูแล้วสงสารพระเอกจับใจ ....เสียงเพลงที่กระตุ้นเราอารมณ์อันอ่อนไหว...ทำให้เข้าถึงความรู้สึกโศกเศร้าเหลือเกิน   หมอกรู้สึกได้ว่าขอบตาค่อยๆอุ่นขึ้น ...แล้วน้ำตาค่อยๆ  ไหลลงมา  แล้วอะไรบางอย่างก็ไม่รู้ทำให้หมอกต้องหันไปมองที่ดนน์...  แล้วก้พบว่าดนน์นั่นได้มองมาทางหมอกอยู่ก่อนแล้ว  และดนน์ก็ยิ้มให้เมื่อสบตากัน  แต่น่าแปลก ..ที่หมอกไม่สามารถล่วงรู้ได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของดนน์ในเวลานี้   ....  เพราะแววนั้น  จะบอกว่ากำลังมีความสุขอยู่   ก็คงไม่ผิดนัก  แต่มันยากที่จะเข้าถึง  ก็ตรงที่ว่า  หมอกรู้สึกว่า  ในสายตาที่ยิ้มอย่างสงบเย็นนั้น  มันแอบแฝงความเศร้าบางอย่างไว้   .....
        หมอกพยายามมองให้ลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น  แต่แล้ว  ความสนใจของหมอกก็กลับเบี่ยงเบนไปสู่งสิ่งอื่น  ....  ตอนนี้แขนของดนน์ที่เคยวางอยู่แนบชิดกับแขนของหมอก  ค่อยๆขยับเลื่อนห่างออกทุกที  ทุกที ....   ดนน์โน้นตัวน้อยๆเข้ามาหาหมอก  
         "  เป็นอะไรป่าว "  ดนน์กระชิบถาม
         "  ไม่หรอก  "
         " อืมๆ  "  ดนน์มองหมอกให้แน่ใจ.....นิ่งและนานอีกครั้งก่อนจะกลับไปมองที่จอดังก่อนนี้
 

w!ul<h[' ']m!ul<h

Photo 1 of 39
No list items have been added yet.